The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
- david
- Verified User
- โพสต์: 852
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 1
Palm oil can b used 4 bio-diesel.Which stock should b the most beneficiary?If the answer is UPOIC,but the liquidity is too low,should we buy LST(p/e=6.59)?The p/e of the palm oil stocks in Malaysia r traded @ the 2 digits.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
- david
- Verified User
- โพสต์: 852
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 2
Another laggard one.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11444
- ผู้ติดตาม: 1
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 3
อนาคตของ bio-diesel ดีจริงหรือครับ
ยอดขายปัจจุบันมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับ diesel ธรรมดา
และนโยบายของรัฐบาล ผมเห็นแต่สนับสนุนแก๊ซโซฮอลล์มากกว่า
อีกทั้งปั๊มน้ำมันทั้งหลายก็มีถังน้ำมันและหัวจ่ายไม่เพียงพอสำหรับการจำหน่ายน้ำมันที่หลากหลายครับ
ยอดขายปัจจุบันมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับ diesel ธรรมดา
และนโยบายของรัฐบาล ผมเห็นแต่สนับสนุนแก๊ซโซฮอลล์มากกว่า
อีกทั้งปั๊มน้ำมันทั้งหลายก็มีถังน้ำมันและหัวจ่ายไม่เพียงพอสำหรับการจำหน่ายน้ำมันที่หลากหลายครับ
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
-
- Verified User
- โพสต์: 188
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 4
เห็นข่าวที่ไหนน้า ว่าจะมีการกำหนดให้น้ำมันดีเซลผสม bio (น้ำมันจากพืช) ซะเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเป็นจริงก็จะช่วยเพิ่มดีมานด์ แต่จะส่งผลดีต่อราคาหุ้นน้ำมันปาล์มแค่ไหนเป็นอีกเรื่องนึง
- david
- Verified User
- โพสต์: 852
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 5
[quote="chatchai"]อนาคตของ bio-diesel ดีจริงหรือครับ
ยอดขายปัจจุบันมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับ diesel ธรรมดา
และนโยบายของรัฐบาล
ยอดขายปัจจุบันมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับ diesel ธรรมดา
และนโยบายของรัฐบาล
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
- david
- Verified User
- โพสต์: 852
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 6
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
-
- Verified User
- โพสต์: 284
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 7
ผมพื่งหัดเป็น vi อ่านของพวกพี่ๆมาก็มาก ลองแสดงความคิดเห็นดูสักครั้ง ขณะนี้สนใจธุรกิจปาล์มนํ้ามันซึ่งเห็นมีจุดเปลี่ยนหลายประการเช่น นํ้ามันราคาสูงขึ้นมาก อีกทั้ง environmental concern ทํ้าให้หลายประเทศออกกฎหมายให้ใช้ biodiesel มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงภายในประเทศไทยก็มีความคืบหน้าดังข่าว
โครงการผลิต Methyl Ester/ Fatty Alcohol
ดำเนินการผลิตสารเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester) และสารแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohol) และมีกลีเซอรีนเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ มีกำลังการผลิตรวม 331,000 ตันต่อปี ภายใต้ บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (TOL) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยใช้น้ำมันพืชจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ (1) Methyl Ester เป็นสารที่ใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงตามมาตรฐานยุโรป โดยจะลดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในน้ำมันดีเซลในด้านคุณสมบัติการหล่อลื่น ปรับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ ปตท. เพื่อจำหน่ายสาร Methyl Ester ในปริมาณ 80,000 ตันต่อปี ให้แก่ ปตท. เพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงต่อไป และ (2) Fatty Alcohol เป็นสารตั้งต้นและสารพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม Oleochemicals และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล (Health & Personal Care Products) และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญตัวหนึ่งในการผลิต Ethoxylates ซึ่งยังคงมีการนำเข้าอยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ คือ Glycerin ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเคมี ยา และอาหาร โดยโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 4 ปี 2550
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาทเพื่อใช้ทยอยลงทุนสร้างโรงพลังงานทดแทนไบโอดีเซล โดยจะเป็นการทยอยลงทุนและจะเริ่มสร้างในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้จริงในต้นปี 52 โดยมีกำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวันซึ่งระหว่างนี้โครงการดังกล่าวได้มีการประมูลผู้ก่อสร้างไปแล้ว
หลังจากศึกษาถึง demand ในตลาดโลกก็เพิ่มสูงขึ้นมากจากจีน และอินเดีย, biodiesel รวมไปถึง health conscious ใน US ที่กังวลเรื่อง fatty acid ในนํ้ามันถั่วเหลืองเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทําให้อุตสาหกรรมอาหารหันมาใช้นํ้ามันปาล์มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านราคาปัจจุบัน crude palm oil price ประมาณ 2600 MYR/Ton ในขณะปีที่แล้วทั้งปีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตํ่ากว่า 1600 MYR/Ton ซึ่งราคามีแนวโน้มทรงตัวและแกว่งตัวขึ่้นตามปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น เป็นจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี
ด้านผลผลิตปริมาณ ผลปาล์มที่ออกในปัจจุบันแปรผันตรงกับปริมาณนํ้าฝนที่ตกในสองปีก่อนหน้าทําให้เราสามารถทํานายได้ว่าปีหน้าผลปาล์มจะมากกว่าปีนี้ และปี 2009 ผลผลิตก็น่าจะมากขึ้นเนื่องจากปีนี้ฝนค่อนข้างดี
หลังจากผมเห็นภาพที่กล่าวข้างต้นก็มาพิจารณาเป็นหุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้อง 4 ตัวซึ่งผมพิจารณาตามปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เจ้าของสวนปาล์มน่าจะได้ผลประโยชน์สูงสุด ผู้กลั่นน้ำมันน่าจะลำบากมากขึ้นเนื่องจากต้องแย่งกันซื้อผลปาล์มมากขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายโรงงานขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาก แต่ปริมาณสวนปาล์มไม่เพิ่มตาม เช่นCPI มีสวนอยู่ไม่น้อย แต่ขยายกำลังการผลิตอย่างมากทำให้ต้องแย่งซื้อปาล์มกับโรงอื่นๆ และโรงงานไบโอดีเซลที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกหลายโรง ทำให้ผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด
UVAN มีพันธ์ปาล์มที่ดี มีสัดส่วนผลปาล์มเอง 18% ส่วนที่เหลือก็ต้องซื้อจากสวนภายนอก มีความสามารถในการส่งออกสูงกว่าผู้ผลิตอื่นในประเทศ แต่สัดส่วนกำไรจากปาล์มที่รับซื้อจากสวนภายนอกนั้นค่อนข้างต่ำทำให้กำไรที่จะเติบโตมากจะเกิดจากสวนภายในซึ่งมีเพียง 18%
LST ไม่มีสวนเป็นของตนเอง แต่อาศัยการซื้อหุ้น UPOIC ซึ่งเท่าที่ทราบราคาที่ซื้อของจาก UPOIC ก็เป็นราคามาตรฐานไม่ได้ซื้อได้ถูกกว่าปกติ ดังนั้น LST จึงได้เพียงรับปันผลจาก UPOIC เท่านั้น ซึ่งคงจะไม่มากพอทำให้กำไรของ LST โดดเด่นขึ้นมาได้มากนัก กลับกัน margin ในส่วนของการกลั่นกับลดต่ำลงมากจากราคาผลปาล์มที่สูงขึ้นมากแต่ราคาขายถูกกำหนดเพดานไว้ ขึ้นแต่ละครั้งต้องรอการอนุมัติจากรัฐ ทำให้ผมมองข้ามไป
ผมมาสะดุดที่ตัวสุดท้ายซึ่งมี liquidity ต่ำสุดแต่น่าสนใจมากสุด UPOIC มีสัดส่วนรายได้เป็นสวนของตัวเอง 65% มีกำลังการผลิตของโรงงานไม่มากนักเพียงเพื่อรองรับช่วงที่ผลปาล์มออกมาจำนวนมากที่สุด จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง economy of scale โดยไปแย่งซื้อปาล์มจากสวนภายนอกแข่งกับโรงงานอื่น ทำให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมามีการ replant ทำให้ผลผลิตน่าจะได้ yield สูงขึ้นเรื่อยๆ จากพันธ์
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นหุ้น cyclical แต่ดูเหมือนมีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเด็นให้ธุรกิจนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาก downside risk ค่อนข้างต่ำ upside ผมไม่เก่งพอจะประเมินครับ แต่ประเด็นสำคัญคือซื้อแล้วอาจจะออกไม่ได้ หรืออาจโดน LST take over ในราคาต่ำๆอีกก็เป็นได้
พี่ๆท่านใดมีความเห็น รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ
โครงการผลิต Methyl Ester/ Fatty Alcohol
ดำเนินการผลิตสารเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester) และสารแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohol) และมีกลีเซอรีนเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ มีกำลังการผลิตรวม 331,000 ตันต่อปี ภายใต้ บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (TOL) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยใช้น้ำมันพืชจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ (1) Methyl Ester เป็นสารที่ใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงตามมาตรฐานยุโรป โดยจะลดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในน้ำมันดีเซลในด้านคุณสมบัติการหล่อลื่น ปรับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ ปตท. เพื่อจำหน่ายสาร Methyl Ester ในปริมาณ 80,000 ตันต่อปี ให้แก่ ปตท. เพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงต่อไป และ (2) Fatty Alcohol เป็นสารตั้งต้นและสารพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม Oleochemicals และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล (Health & Personal Care Products) และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญตัวหนึ่งในการผลิต Ethoxylates ซึ่งยังคงมีการนำเข้าอยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ คือ Glycerin ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเคมี ยา และอาหาร โดยโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 4 ปี 2550
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาทเพื่อใช้ทยอยลงทุนสร้างโรงพลังงานทดแทนไบโอดีเซล โดยจะเป็นการทยอยลงทุนและจะเริ่มสร้างในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้จริงในต้นปี 52 โดยมีกำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวันซึ่งระหว่างนี้โครงการดังกล่าวได้มีการประมูลผู้ก่อสร้างไปแล้ว
หลังจากศึกษาถึง demand ในตลาดโลกก็เพิ่มสูงขึ้นมากจากจีน และอินเดีย, biodiesel รวมไปถึง health conscious ใน US ที่กังวลเรื่อง fatty acid ในนํ้ามันถั่วเหลืองเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทําให้อุตสาหกรรมอาหารหันมาใช้นํ้ามันปาล์มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านราคาปัจจุบัน crude palm oil price ประมาณ 2600 MYR/Ton ในขณะปีที่แล้วทั้งปีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตํ่ากว่า 1600 MYR/Ton ซึ่งราคามีแนวโน้มทรงตัวและแกว่งตัวขึ่้นตามปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น เป็นจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี
ด้านผลผลิตปริมาณ ผลปาล์มที่ออกในปัจจุบันแปรผันตรงกับปริมาณนํ้าฝนที่ตกในสองปีก่อนหน้าทําให้เราสามารถทํานายได้ว่าปีหน้าผลปาล์มจะมากกว่าปีนี้ และปี 2009 ผลผลิตก็น่าจะมากขึ้นเนื่องจากปีนี้ฝนค่อนข้างดี
หลังจากผมเห็นภาพที่กล่าวข้างต้นก็มาพิจารณาเป็นหุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้อง 4 ตัวซึ่งผมพิจารณาตามปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เจ้าของสวนปาล์มน่าจะได้ผลประโยชน์สูงสุด ผู้กลั่นน้ำมันน่าจะลำบากมากขึ้นเนื่องจากต้องแย่งกันซื้อผลปาล์มมากขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายโรงงานขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาก แต่ปริมาณสวนปาล์มไม่เพิ่มตาม เช่นCPI มีสวนอยู่ไม่น้อย แต่ขยายกำลังการผลิตอย่างมากทำให้ต้องแย่งซื้อปาล์มกับโรงอื่นๆ และโรงงานไบโอดีเซลที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกหลายโรง ทำให้ผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด
UVAN มีพันธ์ปาล์มที่ดี มีสัดส่วนผลปาล์มเอง 18% ส่วนที่เหลือก็ต้องซื้อจากสวนภายนอก มีความสามารถในการส่งออกสูงกว่าผู้ผลิตอื่นในประเทศ แต่สัดส่วนกำไรจากปาล์มที่รับซื้อจากสวนภายนอกนั้นค่อนข้างต่ำทำให้กำไรที่จะเติบโตมากจะเกิดจากสวนภายในซึ่งมีเพียง 18%
LST ไม่มีสวนเป็นของตนเอง แต่อาศัยการซื้อหุ้น UPOIC ซึ่งเท่าที่ทราบราคาที่ซื้อของจาก UPOIC ก็เป็นราคามาตรฐานไม่ได้ซื้อได้ถูกกว่าปกติ ดังนั้น LST จึงได้เพียงรับปันผลจาก UPOIC เท่านั้น ซึ่งคงจะไม่มากพอทำให้กำไรของ LST โดดเด่นขึ้นมาได้มากนัก กลับกัน margin ในส่วนของการกลั่นกับลดต่ำลงมากจากราคาผลปาล์มที่สูงขึ้นมากแต่ราคาขายถูกกำหนดเพดานไว้ ขึ้นแต่ละครั้งต้องรอการอนุมัติจากรัฐ ทำให้ผมมองข้ามไป
ผมมาสะดุดที่ตัวสุดท้ายซึ่งมี liquidity ต่ำสุดแต่น่าสนใจมากสุด UPOIC มีสัดส่วนรายได้เป็นสวนของตัวเอง 65% มีกำลังการผลิตของโรงงานไม่มากนักเพียงเพื่อรองรับช่วงที่ผลปาล์มออกมาจำนวนมากที่สุด จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง economy of scale โดยไปแย่งซื้อปาล์มจากสวนภายนอกแข่งกับโรงงานอื่น ทำให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมามีการ replant ทำให้ผลผลิตน่าจะได้ yield สูงขึ้นเรื่อยๆ จากพันธ์
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นหุ้น cyclical แต่ดูเหมือนมีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเด็นให้ธุรกิจนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาก downside risk ค่อนข้างต่ำ upside ผมไม่เก่งพอจะประเมินครับ แต่ประเด็นสำคัญคือซื้อแล้วอาจจะออกไม่ได้ หรืออาจโดน LST take over ในราคาต่ำๆอีกก็เป็นได้
พี่ๆท่านใดมีความเห็น รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 284
- ผู้ติดตาม: 0
The substitued energy is still a darling 4 investors,isn't ?
โพสต์ที่ 8
ผมพื่งหัดเป็น vi อ่านของพวกพี่ๆมาก็มาก ลองแสดงความคิดเห็นดูสักครั้ง ขณะนี้สนใจธุรกิจปาล์มนํ้ามันซึ่งเห็นมีจุดเปลี่ยนหลายประการเช่น นํ้ามันราคาสูงขึ้นมาก อีกทั้ง environmental concern ทํ้าให้หลายประเทศออกกฎหมายให้ใช้ biodiesel มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงภายในประเทศไทยก็มีความคืบหน้าดังข่าว
โครงการผลิต Methyl Ester/ Fatty Alcohol
ดำเนินการผลิตสารเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester) และสารแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohol) และมีกลีเซอรีนเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ มีกำลังการผลิตรวม 331,000 ตันต่อปี ภายใต้ บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (TOL) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยใช้น้ำมันพืชจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ (1) Methyl Ester เป็นสารที่ใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงตามมาตรฐานยุโรป โดยจะลดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในน้ำมันดีเซลในด้านคุณสมบัติการหล่อลื่น ปรับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ ปตท. เพื่อจำหน่ายสาร Methyl Ester ในปริมาณ 80,000 ตันต่อปี ให้แก่ ปตท. เพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงต่อไป และ (2) Fatty Alcohol เป็นสารตั้งต้นและสารพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม Oleochemicals และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล (Health & Personal Care Products) และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญตัวหนึ่งในการผลิต Ethoxylates ซึ่งยังคงมีการนำเข้าอยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ คือ Glycerin ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเคมี ยา และอาหาร โดยโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 4 ปี 2550
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาทเพื่อใช้ทยอยลงทุนสร้างโรงพลังงานทดแทนไบโอดีเซล โดยจะเป็นการทยอยลงทุนและจะเริ่มสร้างในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้จริงในต้นปี 52 โดยมีกำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวันซึ่งระหว่างนี้โครงการดังกล่าวได้มีการประมูลผู้ก่อสร้างไปแล้ว
หลังจากศึกษาถึง demand ในตลาดโลกก็เพิ่มสูงขึ้นมากจากจีน และอินเดีย, biodiesel รวมไปถึง health conscious ใน US ที่กังวลเรื่อง fatty acid ในนํ้ามันถั่วเหลืองเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทําให้อุตสาหกรรมอาหารหันมาใช้นํ้ามันปาล์มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านราคาปัจจุบัน crude palm oil price ประมาณ 2600 MYR/Ton ในขณะปีที่แล้วทั้งปีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตํ่ากว่า 1600 MYR/Ton ซึ่งราคามีแนวโน้มทรงตัวและแกว่งตัวขึ่้นตามปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น เป็นจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี
ด้านผลผลิตปริมาณ ผลปาล์มที่ออกในปัจจุบันแปรผันตรงกับปริมาณนํ้าฝนที่ตกในสองปีก่อนหน้าทําให้เราสามารถทํานายได้ว่าปีหน้าผลปาล์มจะมากกว่าปีนี้ และปี 2009 ผลผลิตก็น่าจะมากขึ้นเนื่องจากปีนี้ฝนค่อนข้างดี
หลังจากผมเห็นภาพที่กล่าวข้างต้นก็มาพิจารณาเป็นหุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้อง 4 ตัวซึ่งผมพิจารณาตามปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เจ้าของสวนปาล์มน่าจะได้ผลประโยชน์สูงสุด ผู้กลั่นน้ำมันน่าจะลำบากมากขึ้นเนื่องจากต้องแย่งกันซื้อผลปาล์มมากขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายโรงงานขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาก แต่ปริมาณสวนปาล์มไม่เพิ่มตาม เช่นCPI มีสวนอยู่ไม่น้อย แต่ขยายกำลังการผลิตอย่างมากทำให้ต้องแย่งซื้อปาล์มกับโรงอื่นๆ และโรงงานไบโอดีเซลที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกหลายโรง ทำให้ผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด
UVAN มีพันธ์ปาล์มที่ดี มีสัดส่วนผลปาล์มเอง 18% ส่วนที่เหลือก็ต้องซื้อจากสวนภายนอก มีความสามารถในการส่งออกสูงกว่าผู้ผลิตอื่นในประเทศ แต่สัดส่วนกำไรจากปาล์มที่รับซื้อจากสวนภายนอกนั้นค่อนข้างต่ำทำให้กำไรที่จะเติบโตมากจะเกิดจากสวนภายในซึ่งมีเพียง 18%
LST ไม่มีสวนเป็นของตนเอง แต่อาศัยการซื้อหุ้น UPOIC ซึ่งเท่าที่ทราบราคาที่ซื้อของจาก UPOIC ก็เป็นราคามาตรฐานไม่ได้ซื้อได้ถูกกว่าปกติ ดังนั้น LST จึงได้เพียงรับปันผลจาก UPOIC เท่านั้น ซึ่งคงจะไม่มากพอทำให้กำไรของ LST โดดเด่นขึ้นมาได้มากนัก กลับกัน margin ในส่วนของการกลั่นกับลดต่ำลงมากจากราคาผลปาล์มที่สูงขึ้นมากแต่ราคาขายถูกกำหนดเพดานไว้ ขึ้นแต่ละครั้งต้องรอการอนุมัติจากรัฐ ทำให้ผมมองข้ามไป
ผมมาสะดุดที่ตัวสุดท้ายซึ่งมี liquidity ต่ำสุดแต่น่าสนใจมากสุด UPOIC มีสัดส่วนรายได้เป็นสวนของตัวเอง 65% มีกำลังการผลิตของโรงงานไม่มากนักเพียงเพื่อรองรับช่วงที่ผลปาล์มออกมาจำนวนมากที่สุด จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง economy of scale โดยไปแย่งซื้อปาล์มจากสวนภายนอกแข่งกับโรงงานอื่น ทำให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมามีการ replant ทำให้ผลผลิตน่าจะได้ yield สูงขึ้นเรื่อยๆ จากพันธ์
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นหุ้น cyclical แต่ดูเหมือนมีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเด็นให้ธุรกิจนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาก downside risk ค่อนข้างต่ำ upside ผมไม่เก่งพอจะประเมินครับ แต่ประเด็นสำคัญคือซื้อแล้วอาจจะออกไม่ได้ หรืออาจโดน LST take over ในราคาต่ำๆอีกก็เป็นได้
พี่ๆท่านใดมีความเห็น รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ
โครงการผลิต Methyl Ester/ Fatty Alcohol
ดำเนินการผลิตสารเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester) และสารแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohol) และมีกลีเซอรีนเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ มีกำลังการผลิตรวม 331,000 ตันต่อปี ภายใต้ บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (TOL) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยใช้น้ำมันพืชจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ (1) Methyl Ester เป็นสารที่ใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพเพื่อผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงตามมาตรฐานยุโรป โดยจะลดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในน้ำมันดีเซลในด้านคุณสมบัติการหล่อลื่น ปรับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ ปตท. เพื่อจำหน่ายสาร Methyl Ester ในปริมาณ 80,000 ตันต่อปี ให้แก่ ปตท. เพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงต่อไป และ (2) Fatty Alcohol เป็นสารตั้งต้นและสารพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม Oleochemicals และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล (Health & Personal Care Products) และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญตัวหนึ่งในการผลิต Ethoxylates ซึ่งยังคงมีการนำเข้าอยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ คือ Glycerin ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเคมี ยา และอาหาร โดยโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 4 ปี 2550
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาทเพื่อใช้ทยอยลงทุนสร้างโรงพลังงานทดแทนไบโอดีเซล โดยจะเป็นการทยอยลงทุนและจะเริ่มสร้างในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้จริงในต้นปี 52 โดยมีกำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวันซึ่งระหว่างนี้โครงการดังกล่าวได้มีการประมูลผู้ก่อสร้างไปแล้ว
หลังจากศึกษาถึง demand ในตลาดโลกก็เพิ่มสูงขึ้นมากจากจีน และอินเดีย, biodiesel รวมไปถึง health conscious ใน US ที่กังวลเรื่อง fatty acid ในนํ้ามันถั่วเหลืองเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทําให้อุตสาหกรรมอาหารหันมาใช้นํ้ามันปาล์มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านราคาปัจจุบัน crude palm oil price ประมาณ 2600 MYR/Ton ในขณะปีที่แล้วทั้งปีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตํ่ากว่า 1600 MYR/Ton ซึ่งราคามีแนวโน้มทรงตัวและแกว่งตัวขึ่้นตามปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น เป็นจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี
ด้านผลผลิตปริมาณ ผลปาล์มที่ออกในปัจจุบันแปรผันตรงกับปริมาณนํ้าฝนที่ตกในสองปีก่อนหน้าทําให้เราสามารถทํานายได้ว่าปีหน้าผลปาล์มจะมากกว่าปีนี้ และปี 2009 ผลผลิตก็น่าจะมากขึ้นเนื่องจากปีนี้ฝนค่อนข้างดี
หลังจากผมเห็นภาพที่กล่าวข้างต้นก็มาพิจารณาเป็นหุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้อง 4 ตัวซึ่งผมพิจารณาตามปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เจ้าของสวนปาล์มน่าจะได้ผลประโยชน์สูงสุด ผู้กลั่นน้ำมันน่าจะลำบากมากขึ้นเนื่องจากต้องแย่งกันซื้อผลปาล์มมากขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายโรงงานขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาก แต่ปริมาณสวนปาล์มไม่เพิ่มตาม เช่นCPI มีสวนอยู่ไม่น้อย แต่ขยายกำลังการผลิตอย่างมากทำให้ต้องแย่งซื้อปาล์มกับโรงอื่นๆ และโรงงานไบโอดีเซลที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกหลายโรง ทำให้ผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด
UVAN มีพันธ์ปาล์มที่ดี มีสัดส่วนผลปาล์มเอง 18% ส่วนที่เหลือก็ต้องซื้อจากสวนภายนอก มีความสามารถในการส่งออกสูงกว่าผู้ผลิตอื่นในประเทศ แต่สัดส่วนกำไรจากปาล์มที่รับซื้อจากสวนภายนอกนั้นค่อนข้างต่ำทำให้กำไรที่จะเติบโตมากจะเกิดจากสวนภายในซึ่งมีเพียง 18%
LST ไม่มีสวนเป็นของตนเอง แต่อาศัยการซื้อหุ้น UPOIC ซึ่งเท่าที่ทราบราคาที่ซื้อของจาก UPOIC ก็เป็นราคามาตรฐานไม่ได้ซื้อได้ถูกกว่าปกติ ดังนั้น LST จึงได้เพียงรับปันผลจาก UPOIC เท่านั้น ซึ่งคงจะไม่มากพอทำให้กำไรของ LST โดดเด่นขึ้นมาได้มากนัก กลับกัน margin ในส่วนของการกลั่นกับลดต่ำลงมากจากราคาผลปาล์มที่สูงขึ้นมากแต่ราคาขายถูกกำหนดเพดานไว้ ขึ้นแต่ละครั้งต้องรอการอนุมัติจากรัฐ ทำให้ผมมองข้ามไป
ผมมาสะดุดที่ตัวสุดท้ายซึ่งมี liquidity ต่ำสุดแต่น่าสนใจมากสุด UPOIC มีสัดส่วนรายได้เป็นสวนของตัวเอง 65% มีกำลังการผลิตของโรงงานไม่มากนักเพียงเพื่อรองรับช่วงที่ผลปาล์มออกมาจำนวนมากที่สุด จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง economy of scale โดยไปแย่งซื้อปาล์มจากสวนภายนอกแข่งกับโรงงานอื่น ทำให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมามีการ replant ทำให้ผลผลิตน่าจะได้ yield สูงขึ้นเรื่อยๆ จากพันธ์
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นหุ้น cyclical แต่ดูเหมือนมีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเด็นให้ธุรกิจนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาก downside risk ค่อนข้างต่ำ upside ผมไม่เก่งพอจะประเมินครับ แต่ประเด็นสำคัญคือซื้อแล้วอาจจะออกไม่ได้ หรืออาจโดน LST take over ในราคาต่ำๆอีกก็เป็นได้
พี่ๆท่านใดมีความเห็น รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ