ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
-
- Verified User
- โพสต์: 29
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 1
ตอนนี้ขายหุ้น ASTL หมดแล้วครับ แม้จะเห็นว่าราคา Tender offer จะต่ำและไม่ยุิติธรรมต่อรายย่อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รายย่อยอย่างผมจะทำได้เพื่อประท้วงและตอบโต้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ซื้อหุ้นคืนในราคาที่ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรม มีดังนี้
1. จะไม่ซื้อสินค้าของ ASTL และ บจ. ไอดีล แสตนดาร์ด (บริษัทย่อย) อีกต่อไป
2. จะไม่ซื้อหุ้นหรือร่วมลงทุนกับบริษัทในกลุ่มศรีวิกรม์ ซึ่งเป็นกลุ่มผุ้ถือหุ้นใน ASTL และเป็นกรรมการใน ASTL
เท่าที่จำได้หุ้นในกลุ่มศรีวิกรม์ มี GOLD หากใครทราบว่ามีหุ้นบริษัทใดที่อยู่ในกลุ่มศรีวิกรม์ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยครับ
3. จะไม่ซื้อหรือใช้บริการจากธุรกิจของกลุ่มศรีวิกรม์อีกต่อไป
เท่าที่ทราบ มี เกษรพลาซ่า โรงแรมเพรสซิเดนท์ (ตรงแยกราชประสงค์)
นี่คือสิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างผมจะทำได้เพื่อประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รายย่อยอย่างผมจะทำได้เพื่อประท้วงและตอบโต้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ซื้อหุ้นคืนในราคาที่ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรม มีดังนี้
1. จะไม่ซื้อสินค้าของ ASTL และ บจ. ไอดีล แสตนดาร์ด (บริษัทย่อย) อีกต่อไป
2. จะไม่ซื้อหุ้นหรือร่วมลงทุนกับบริษัทในกลุ่มศรีวิกรม์ ซึ่งเป็นกลุ่มผุ้ถือหุ้นใน ASTL และเป็นกรรมการใน ASTL
เท่าที่จำได้หุ้นในกลุ่มศรีวิกรม์ มี GOLD หากใครทราบว่ามีหุ้นบริษัทใดที่อยู่ในกลุ่มศรีวิกรม์ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยครับ
3. จะไม่ซื้อหรือใช้บริการจากธุรกิจของกลุ่มศรีวิกรม์อีกต่อไป
เท่าที่ทราบ มี เกษรพลาซ่า โรงแรมเพรสซิเดนท์ (ตรงแยกราชประสงค์)
นี่คือสิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างผมจะทำได้เพื่อประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 1
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 3
ตอนอยากได้เงินขยายธุรกิจ ใช้หนี้ ก็อยากเข้าตลาด
พอแบรนด์ดังติดตลาด กำไรสะสมเหลือเยอะ
มนุษย์อุจาระเหม้นก็เกิดความโลภ
อยากครอบครองเพียงกลุ่มตนเอง
อย่างไร ก็ อย่างนั้น
กลต.โว๊ยยยยยยย
ไม่มีวิธีจัดการเลย
น่าจะล่างกฏหมายก่อนออกจากตลาด
เอาเงินกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร
ที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยร่วมเป็นร่วมตายมาแบ่งกันให้หมดก่อน
แล้วค่อยเดินออกจากตลาดไป
มีคนเห็นด้วยกับผมไหมคร๊าบบบบบบบบ
พอแบรนด์ดังติดตลาด กำไรสะสมเหลือเยอะ
มนุษย์อุจาระเหม้นก็เกิดความโลภ
อยากครอบครองเพียงกลุ่มตนเอง
อย่างไร ก็ อย่างนั้น
กลต.โว๊ยยยยยยย
ไม่มีวิธีจัดการเลย
น่าจะล่างกฏหมายก่อนออกจากตลาด
เอาเงินกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร
ที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยร่วมเป็นร่วมตายมาแบ่งกันให้หมดก่อน
แล้วค่อยเดินออกจากตลาดไป
มีคนเห็นด้วยกับผมไหมคร๊าบบบบบบบบ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6483
- ผู้ติดตาม: 1
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 4
นอกจากกลุ่มศรีวิกรม์แล้วก็มี ดร.สุขุม นวพันธ์เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการด้วย
โดยที่ ดร.สุขุมถือหุ้นใหญ่ CSR ร่วมกับตระกูลศรีวิกรม์ ตระกูลจรัญวาศน์ TMD
และ ดร. สุขุม ยังถือหุ้น SFP ร่วมกับตระกูลจรัญวาศน์ด้วย
โดยที่ ดร.สุขุมถือหุ้นใหญ่ CSR ร่วมกับตระกูลศรีวิกรม์ ตระกูลจรัญวาศน์ TMD
และ ดร. สุขุม ยังถือหุ้น SFP ร่วมกับตระกูลจรัญวาศน์ด้วย
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14784
- ผู้ติดตาม: 1
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 5
เอ ท่าน NO Name ช่วยเล่ารายละเอียด เก็บบันทึกไว้ตรงนี้หน่อยซิ ว่าไม่เป็นธรรมอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบ หุ้นที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย เขาจะซื้อคืนก็ได้ไม่ซื้อคืนก็ได้ เขาก็สามารถออกจากตลาดได้ ผลคือ ที่ต้อง เสนอราคาเพื่อออกจากตลาดก็ทำไปตามกติการมารยาท ใช่หรือไม่
ทำให้ ASTL สามารถตั้งราคาเพื่อเสนอซื้อจากรายย่อยได้ในราคาต่ำมาก
หากเป็นอย่างนี้จริงๆ ความผิดคงไม่ได้อยู่ที่ ASTL แต่ความผิดไปอยู่ที่กลต.นะครับท่าน
เพราะ ASTL ก็ต้องเล่นตามกฎอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องความยุติธรรมนี่ไม่รู้จะเอาอะไรมาวัด
กลต.ก็น่าจะตั้งกฎเกณขึ้นมาเลย เช่น เอาราคาเฉลี่ยในช่วงไหน แล้วมาถ่วงน้ำหนักโดยใช้ค่ามาตรฐานอย่างไร
และถ้ามีหุ้นน้อยแค่ไหน ราคาอาจจะต้องปรับเพิ่มขึ้น อีกกี่เปอร์เซ็นต์
ถึงจะออกจากตลาดได้ เป็นต้น
ถ้าตั้งอะไรทำนองเป็นมาตรฐานแบบนี้ รายย่อย ก็ไม่มีปัญหา
ทำให้ ASTL สามารถตั้งราคาเพื่อเสนอซื้อจากรายย่อยได้ในราคาต่ำมาก
หากเป็นอย่างนี้จริงๆ ความผิดคงไม่ได้อยู่ที่ ASTL แต่ความผิดไปอยู่ที่กลต.นะครับท่าน
เพราะ ASTL ก็ต้องเล่นตามกฎอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องความยุติธรรมนี่ไม่รู้จะเอาอะไรมาวัด
กลต.ก็น่าจะตั้งกฎเกณขึ้นมาเลย เช่น เอาราคาเฉลี่ยในช่วงไหน แล้วมาถ่วงน้ำหนักโดยใช้ค่ามาตรฐานอย่างไร
และถ้ามีหุ้นน้อยแค่ไหน ราคาอาจจะต้องปรับเพิ่มขึ้น อีกกี่เปอร์เซ็นต์
ถึงจะออกจากตลาดได้ เป็นต้น
ถ้าตั้งอะไรทำนองเป็นมาตรฐานแบบนี้ รายย่อย ก็ไม่มีปัญหา
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 6
ผู้บริหาร ASTL มีหน้ามาบอกว่า growth เกือบเป็น 0 แต่พอ tender ผ่าน ก็เริ่มมีข่าว
ขยายฐานลูกค้า ทำการตลาดแบบ aggressive ซึ่งเป็นจุดที่ผมว่าไม่แฟร์กับ
รายย่อยที่สุด อันนี้เท่าที่ได้ยินมาครับ
ขยายฐานลูกค้า ทำการตลาดแบบ aggressive ซึ่งเป็นจุดที่ผมว่าไม่แฟร์กับ
รายย่อยที่สุด อันนี้เท่าที่ได้ยินมาครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 29
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 7
ในการออกนอกตลาด ASTL จะต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินมูลค่าหุ้น โดยที่ปรึกษาทางการเงินได้ประเมินมูลค่าหุ้น 6 วิธีตามเกณฑ์ของ กลต. เช่น วิธีราคาตามบัญชี วิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี วิธีราคาเฉลี่ยของราคาตลาด P/E รวมถีงวิธี discount cashflow แล้วนำราคามาเปรียบเทียบเพื่อแสดงความเห็นว่า เป็นราคาที่เหมาะสมหรือไม่
บริษัืททำทุกอย่างตามเกณฑ์ กลต. ครับ
แต่ที่ผมคัดค้านและไม่เห็นด้วย คือ สมมติฐานในการประเมินมูลค่า เพราะ บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินร่วมกันตั้งสมมติฐานตามวิธี discount cashflow ว่า หลังจากเวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว บริษัทจะไม่มีการเติบโตเลย (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ) เพราะเศรษฐกิจยังมีการเติบโต เงินสดที่ท่วมบริษัทก็ต้องได้ดอกเบี้ย
การตั้งสมมติฐานดังกล่าว ทำให้มูลค่าที่คำนวณได้ ต่ำกว่าความเป็นจริง และทำให้ราคาที่เสนอซื้อต่ำกว่าความเป็นจริง
ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนก่อนเข้าตลาดจะต้องให้ที่ปรึกษาทางการเงินทำโปรเจคชั่น ส่วนใหญ่จะตั้งสมมติฐานว่ามีการเติบโตสูงเพื่อให้การคำนวณราคา IPO สูง
แต่เวลาขอออกนอกตลาด กลับตั้งสมมติฐานว่า ไม่มีการเติบโต เพื่อเสนอซื้อในราคาที่ต่ำ
นี่คือ ความไม่เป็นธรรมต่อรายย่อยครับ
ผมไม่เห็นด้วย แต่ทำอะไรไม่ได้ครับ เพราะเสียงคัดค้านมีไม่ถึง 10%
และบริษัททำตามเกณฑ์ กลต.ทุกประการ
สิ่งที่ทำได้ คือสิ่งที่ผมได้เขียนไปแล้ว
คือ ไม่ร่วมเข้าไปสังฆกรรมกับบริษัทและผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแสดงความเห็น
และจะขอบคุณยิ่งขึ้นที่จะร่วมกันไม่สนับสนุนสินค้าของบริษัทและผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
บริษัืททำทุกอย่างตามเกณฑ์ กลต. ครับ
แต่ที่ผมคัดค้านและไม่เห็นด้วย คือ สมมติฐานในการประเมินมูลค่า เพราะ บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินร่วมกันตั้งสมมติฐานตามวิธี discount cashflow ว่า หลังจากเวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว บริษัทจะไม่มีการเติบโตเลย (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ) เพราะเศรษฐกิจยังมีการเติบโต เงินสดที่ท่วมบริษัทก็ต้องได้ดอกเบี้ย
การตั้งสมมติฐานดังกล่าว ทำให้มูลค่าที่คำนวณได้ ต่ำกว่าความเป็นจริง และทำให้ราคาที่เสนอซื้อต่ำกว่าความเป็นจริง
ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนก่อนเข้าตลาดจะต้องให้ที่ปรึกษาทางการเงินทำโปรเจคชั่น ส่วนใหญ่จะตั้งสมมติฐานว่ามีการเติบโตสูงเพื่อให้การคำนวณราคา IPO สูง
แต่เวลาขอออกนอกตลาด กลับตั้งสมมติฐานว่า ไม่มีการเติบโต เพื่อเสนอซื้อในราคาที่ต่ำ
นี่คือ ความไม่เป็นธรรมต่อรายย่อยครับ
ผมไม่เห็นด้วย แต่ทำอะไรไม่ได้ครับ เพราะเสียงคัดค้านมีไม่ถึง 10%
และบริษัททำตามเกณฑ์ กลต.ทุกประการ
สิ่งที่ทำได้ คือสิ่งที่ผมได้เขียนไปแล้ว
คือ ไม่ร่วมเข้าไปสังฆกรรมกับบริษัทและผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแสดงความเห็น
และจะขอบคุณยิ่งขึ้นที่จะร่วมกันไม่สนับสนุนสินค้าของบริษัทและผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
-
- Verified User
- โพสต์: 1688
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 10
มันเป็นธุรกิจ
การที่ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่
เห็นความสำคัญของผู้ถือหุ้นรายย่อย
เป็นสุดยอดปรารถนาที่ผมอยากมีหุ้นด้วย
เห็นใจคนถือหุ้นASTLครับ
ตอนนี้RGR กำลังเล่นกับกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของRHC
ผมก็อาศัยบารมีของกลุ่มผู้มีหุ้นมากพอสมควร
ไม่รู้ผลออกยังไง
เราอยากได้มาก
เขาอยากได้ถูก
การที่ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่
เห็นความสำคัญของผู้ถือหุ้นรายย่อย
เป็นสุดยอดปรารถนาที่ผมอยากมีหุ้นด้วย
เห็นใจคนถือหุ้นASTLครับ
ตอนนี้RGR กำลังเล่นกับกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของRHC
ผมก็อาศัยบารมีของกลุ่มผู้มีหุ้นมากพอสมควร
ไม่รู้ผลออกยังไง
เราอยากได้มาก
เขาอยากได้ถูก
- sirivajj
- Verified User
- โพสต์: 985
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 11
เห็นด้วยกับการขึ้น Bad List กรณี ASTL นะครับ
เพราะตอนประเมินราคาซื้อคืนหุ้นให้ Growth เป็น 0
พอผ่านมาอีกระยะหนึ่ง ผู้บริหารก็มาโฆษณษบริษัทโดยออกข่าวในหนังสือธุรกิจ
ซึ่งข่าวที่ว่า ก็คนละเรื่องกับ Growth เป็น 0 เลย
อีกเรื่องที่ไม่แฟร์ คือ บริษัทประกอบการมีกำไรมาแล้ว 9 เดือนหรือ 3 ไตรมาส
ผู้บริหารก็ถือโอกาสเก็บกำไรไป ทั้งๆ ที่น่าจะจ่ายปันผลระหว่างการออกมาให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้
แต่ก็เถอะครับ ผมขายไปหมดตั้งแต่เดือนที่แล้ว
เพราะไม่รู้จะไปทำอะไรกับเขาได้
เพราะตอนประเมินราคาซื้อคืนหุ้นให้ Growth เป็น 0
พอผ่านมาอีกระยะหนึ่ง ผู้บริหารก็มาโฆษณษบริษัทโดยออกข่าวในหนังสือธุรกิจ
ซึ่งข่าวที่ว่า ก็คนละเรื่องกับ Growth เป็น 0 เลย
อีกเรื่องที่ไม่แฟร์ คือ บริษัทประกอบการมีกำไรมาแล้ว 9 เดือนหรือ 3 ไตรมาส
ผู้บริหารก็ถือโอกาสเก็บกำไรไป ทั้งๆ ที่น่าจะจ่ายปันผลระหว่างการออกมาให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้
แต่ก็เถอะครับ ผมขายไปหมดตั้งแต่เดือนที่แล้ว
เพราะไม่รู้จะไปทำอะไรกับเขาได้
What do you mean.?
- someOne
- Verified User
- โพสต์: 253
- ผู้ติดตาม: 0
ขาย ASTL หมดแล้วครับ และจะประท้วงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ASTL
โพสต์ที่ 13
ทำ Bad list แล้วจะโดน .ตลก เล่นงานหรือเปล่าครับ :lol: :lol:faforfun เขียน:น่าจะทำ bad list เอาไว้ ว่าตระกูลไหนหรือ บริษัทไหน ที่ค่อนข้างเอาเปรียบผู้ลงทุนจะได้ ไม่เข้าไปยุ่งหนะครับ :lol:
ด้วยความเคารพ
From someOne
--------------------
Knowledge Access Investment
From someOne
--------------------
Knowledge Access Investment