ก. เอ๋ย ก.ไก่ โดย ดร.นิเวศน์ ครับ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
Cavallo
Verified User
โพสต์: 126
ผู้ติดตาม: 0

ก. เอ๋ย ก.ไก่ โดย ดร.นิเวศน์ ครับ

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ก. เอ๋ย ก.ไก่

โรคไข้หวัดนกที่ระบาดในไก่ซึ่งได้รับการยืนยันจากทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไก่เช่นหุ้นของบริษัทจีเอฟพีที(GFPT) และเจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF) ตกต่ำลงอย่างหนักหลังจากที่ราคาค่อย ๆ ปรับลดลงมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว

หุ้นในกลุ่มธุรกิจการเกษตรและอาหารที่เกี่ยวข้องเป็นหุ้นที่มีผลงานไม่ดีนัก และมักให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนน้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งที่ประเทศไทยและบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งมีความสามารถในการแข่งขันสูงในตลาด และบางบริษัทเป็นผู้นำและมีเทคโนโลยีในระดับโลก

ข้อด้อยของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรนั้นก็คล้าย ๆ กับเกษตรกรนั่นคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพืชผลและสัตว์ซึ่งมีชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับตัวแปรทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมากมายและไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้คนที่เกี่ยวข้องประสบกับความไม่แน่นอนสูง บางช่วงเวลาก็ดี แต่บ่อยครั้งก็เกิดความเสียหายรุนแรงไม่ว่าเกษตรกรหรือบริษัทจะเก่งแค่ไหน

ลองมาดูว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างที่อาจจะเข้ามากระทบทำให้ธุรกิจการเกษตรเสียหาย และทำให้หุ้นที่อยู่ในกลุ่มตกต่ำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

เรื่องแรกซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำและไม่สามารถคาดการณ์ได้ก็คือ เรื่องของธรรมชาติเช่น ภาวะฝนแล้ง ซึ่งจะกระทบกับผลผลิตของพืชทำให้บริษัทขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ประสบกับปัญหานี้อยู่บ่อย ๆ ก็เช่น ผู้ผลิตสับปะรดซึ่งต้องอาศัยฝนธรรมชาติเป็นหลัก

อันตรายเรื่องที่สองซึ่งนับวันจะรุนแรงมากขึ้นก็คือเรื่องของโรคติดต่อในสัตว์เช่นโรคไข้หวัดนกที่กำลังเกิดขึ้นกับไก่ของไทยซึ่งผมรู้สึกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดเพราะกระทบในวงกว้างและจะส่งผลต่อไปอีกหลายเดือนกับธุรกิจไก่ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลักอย่างหนึ่งของไทยและเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากโดยเฉพาะในระดับรากหญ้า
ว่าที่จริงเรื่องของโรคติดต่อในพืชและสัตว์นั้น เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาทั้งโรคในกุ้ง โรควัวบ้า และอื่น ๆ ทุกครั้งที่เกิดขึ้นก็จะกระทบตั้งแต่เกษตรกรไปถึงผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนถ้ามีถึงแม้ว่าโรคนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นกับฟาร์มของบริษัท ทั้งนี้เพราะเมื่อเกิดโรคขึ้น ผู้บริโภคก็มักจะเลี่ยงที่จะบริโภคสัตว์ชนิดนั้น ผู้นำเข้าจากต่างประเทศก็มักจะประกาศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์นั้นทั้งหมด

เรื่องต่อมาที่อาจจะกระทบต่อธุรกิจการเกษตรซึ่งก็เคยเกิดขึ้นแล้วก็คือการใช้สารเคมีหรือยารักษาโรคสัตว์ซึ่งมากเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือใช้สารเคมีต้องห้ามทำให้ประเทศผู้นำเข้าห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์นั้น ยกตัวอย่างเช่นกรณีการใช้ยาไนโตรฟูแลมในการเลี้ยงกุ้งเพื่อป้องกันโรคซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันกุ้งจากไทย

เรื่องความปลอดภัยและปราศจากพิษภัยของอาหารนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเพราะคนตระหนักถึงสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องการอาหารที่เป็นธรรมชาติและปลอดจากสารพิษ ในขณะเดียวกันการผลิตจำนวนมากทำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมี และยาปฎิชีวนะเพื่อป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับพืชและสัตว์ ในภาวะปกติปริมาณและคุณภาพของสารตกค้างก็เป็นที่ยอมรับได้ของประเทศผู้นำเข้า นาน ๆ ครั้งก็จะเกิดกรณีที่ประเทศผู้นำเข้า หาเรื่อง กีดกันหรือตั้งเงื่อนไขทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตรบางอย่างถูกกระทบ และแน่นอนหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจนั้นก็มักจะตกต่ำลงทุกครั้งที่มีปัญหา

ต่อจากเรื่องของสารพิษตกค้างก็มาถึงเรื่องที่ไม่ใช่ธรรมชาติแต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็คือ การถูกกีดกันจากประเทศผู้นำเข้าด้วยข้อหาว่าประเทศไทยไป ทุ่มตลาด โดยการขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกรของเขา สิ่งที่เขาทำก็คือการขึ้นภาษีสินค้าจากไทยจนทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ และนี่ก็เป็นเหตุที่ทำให้กุ้งของไทยไม่สามารถส่งออกไปขายได้เท่าเดิมและพาให้หุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกุ้งหงอยเหงาอยู่ในขณะนี้

เรื่องที่ห้าก็คือ ผลกระทบที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐซึ่งบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเกษตรไม่สามารถควบคุมได้ แต่ต้องถูกกระทบค่อนข้างรุนแรงเพราะบริษัทเหล่านั้นมักเป็นผู้ส่งออกที่กำหนดราคาขายเป็นเงินดอลลาร์ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น การขายสินค้าก็ยากขึ้น กำไรก็มักจะลดลงเพราะต้นทุนของสินค้านั้นอิงกับเงินบาทเกือบ 100%

ปีนี้คงไม่ใช่ปีของกลุ่มเกษตรเพราะค่าเงินบาทแข็งขึ้นเรื่อย ๆ และค่าเงินนี้กระทบกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเกษตรส่วนใหญ่ที่มักเป็นผู้ส่งออก นอกจากนั้นหลาย ๆ บริษัทก็ประสบกับปัญหาเพิ่มเติมซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุม เช่น กรณีของกุ้งและไก่ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร

ผมคงไม่พูดถึงเรื่องที่หกหรือเรื่องต่อ ๆ ไปที่มีโอกาสเกิดขึ้นและกระทบทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรเกิดความเสียหายรุนแรงได้เช่นเรื่องของราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกที่มักจะมีช่วงตกต่ำอย่างรุนแรงเป็นครั้งเป็นคราว เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่าโอกาสที่เรื่องเลวร้ายจะเกิดกับธุรกิจการเกษตรนั้นมีสูงกว่าธุรกิจอื่นมาก

ดู ๆ แล้วก็น่าเห็นใจทั้งคนที่เป็นเกษตรกรและบริษัทที่ทำธุรกิจการเกษตร ดูเหมือนว่ามรสุมรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นทุก ๆ ระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเพียงแค่ 3 4 ปี การเกิดขึ้นแต่ละครั้งทำลายความมั่งคั่งของผู้เกี่ยวข้องอย่างรุนแรง บางทีถึงกับหมดตัวล้มละลาย คนที่แข็งแรงหรือยังรอดอยู่ได้ก็จะสู้ต่อไปไม่หนีไปไหน อาจจะเป็นความเคยชินที่ต้องประสบกับความยากลำบากมาตลอดเวลาอันยาวนาน อาจจะเป็นความรักที่จะทำแม้รู้ว่าอนาคตของอาชีพหรือธุรกิจนี้ไม่ได้สดใสนัก

สำหรับ Value Investor แล้ว การลงทุนในหุ้นกลุ่มเกษตรจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และที่สำคัญมากที่สุดก็คือหุ้นที่ซื้อลงทุนจะต้องมี Margin of Safety หรือมีความปลอดภัยสูง นั่นคือควรจะมีค่า PE และ PB ต่ำและไม่ใช่เป็นค่า PE ที่คำนวณจากกำไรในปีที่บริษัททำกำไรได้มากกว่าปกติ แต่อย่าถามนะครับว่า ราคาหุ้นของบริษัทที่ถูกกระทบจากไข้หวัดนกรอบนี้น่าสนใจหรือยัง เพราะหุ้นกลุ่มเกษตรนั้นเขาเรียกว่า หุ้นปราบเซียน ครับ
ล็อคหัวข้อ