200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 1
200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
โพสต์ที่ 1
ผู้นำเวเนซุเอล่าเตือน ราคาน้ำมันจะทะยานถึง 200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 08:01:00
ฮูโก ชาเวซ เตือนราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ถ้าสหรัฐเล่นงานอิหร่านหรือเวเนซูเอล่า
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ของเวเนซุเอล่า กล่าวเปิดการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือ โอเปค ที่กรุงริยาร์ด ของซาอุดิอาระเบียเมื่อวันเสาร์ ด้วยการเตือนว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งทะยานถึง 200 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 6,600 ล้านบาท ถ้าสหรัฐโจมตีอิหร่าน พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่มโอเปค ร่วมกันทำสงครามเพื่อความชอบธรรมทางสังคม โดยระบุว่า โอเปคควรจะเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับความยากจน แต่ความเห็นที่ไม่ลงรอยกันภายในกลุ่มโอเปค เกี่ยวกับบทบาทของการเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ตอนที่กษัตริย์อับดุลเลาะห์แห่ง ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่มโอเปค และพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ กลับทรงแสดงความเห็นในทางสายกลาง โดยตรัสว่าน้ำมันเป็นพลังงานเพื่อการสร้างสรรค์ และจะต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองบนความขัดแย้ง
ประธานาธิบดีชาเวซ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพวกซ้ายจัดและต่อต้านผู้นำสหรัฐอย่างรุนแรง ได้กล่าวเปิดการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเขาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโอเปค ที่กรุงคาราคัส เมื่อปี 2543 ยังเตือนด้วยว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มเป็นสองเท่า จากราคาปัจจุบันที่ใกล้จะถึง 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ถ้าสหรัฐโจมตีอิหร่านหรือดำเนินการใด ๆ ต่อเวเนซุเอล่า ซึ่งกลุ่มประเทศโอเปค เพิ่งจะมีการประชุมกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 47 ปีแห่งประวัติศาสตร์การก่อตั้ง และการรวมตัวกันก็ด้วยเหตุผลด้านภูมิศาสตร์การเมือง ขณะที่กษัตริย์อับดุลเลาะห์ ทรงปกป้องวัตถุประสงค์ของกลุ่มโอเปค ที่ควบคุมการผลิตน้ำมันของประเทศสมาชิกที่มีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันโลก โดยตรัสว่า คนที่ระบุว่า โอเปคเป็นองค์กรที่มีอภิสิทธิ์ทางการเมือง เป็นพวกที่ไม่ยอมรับความจริงที่ว่า โอเปคยึดแนวสายกลางและมาตลอด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่เกือบจะแตะ 100 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล ยังถือว่าต่ำกว่าเมื่อยุคทศวรรษที่ 1980 ที่เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
สมาชิกโอเปคส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติในอ่าวเปอร์เซียที่สนับสนุนตะวันตก แต่ก็ยังมีชาติที่ต่อต้านสหรัฐ อย่างอิหร่านและ เวเนซุเอล่า เป็นสมาชิกด้วย กลุ่มโอเปคเคยมีประวัติใช้น้ำมันในการส่งออกเป็นอาวุธทางการเมือง เมื่อปี 2516 เพื่อประท้วงที่อิสราเอลรุกรานซีเรีย แต่ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบียจะพยายามย้ำว่า น้ำมันถูกใช้ในทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับการประชุดสุดยอดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการวางทิศทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มโอเปค ที่ผลิตน้ำมันป้อนตลาดโลก 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงตกกันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเลขการผลิต และมีการคาดหมายกันว่า พันธมิตรซ้ายจัดของประธานาธิบดีชาเวซ ในอเมริกาใต้ อย่างเอกัวดอร์ จะกลับเข้าเป็นสมาชิกโอเปคอีก ซึ่งจะทำให้กลุ่มนี้มีสมาชิกเพิ่มเป็น 13 ชาติ
การประชุมสุดยอดโอเปค เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดในตลาดน้ำมันโลก จากการที่กลุ่มโอเปค ถูกกดดันให้เพิ่มการผลิตน้ำเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ ที่ใกล้จะถึง 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ตั้งแต่ 10 วันก่อน ซึ่งนอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว กษัตริย์อับดุลเลาะห์ ทรงประกาศด้วยว่า ซาอุดิอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก จะลงทุน 300 ล้านดอลล่าร์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการต่อสู้กับภาวะการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก
อ่านแล้ว มองดูตอนนี้ยังไม่แตะร้อย ถ้าถึงสองร้อย
ขอคำแนะนำด้วยครับ ทำยังไงดี ราคาของกินของใช้จะถึงไหน ข้าวราดแกงข้างถนนจานละเท่าไหร่ล่ะเนี่ย
http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/1 ... sid=203325
18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 08:01:00
ฮูโก ชาเวซ เตือนราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ถ้าสหรัฐเล่นงานอิหร่านหรือเวเนซูเอล่า
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ของเวเนซุเอล่า กล่าวเปิดการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือ โอเปค ที่กรุงริยาร์ด ของซาอุดิอาระเบียเมื่อวันเสาร์ ด้วยการเตือนว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งทะยานถึง 200 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 6,600 ล้านบาท ถ้าสหรัฐโจมตีอิหร่าน พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่มโอเปค ร่วมกันทำสงครามเพื่อความชอบธรรมทางสังคม โดยระบุว่า โอเปคควรจะเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับความยากจน แต่ความเห็นที่ไม่ลงรอยกันภายในกลุ่มโอเปค เกี่ยวกับบทบาทของการเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ตอนที่กษัตริย์อับดุลเลาะห์แห่ง ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่มโอเปค และพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ กลับทรงแสดงความเห็นในทางสายกลาง โดยตรัสว่าน้ำมันเป็นพลังงานเพื่อการสร้างสรรค์ และจะต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองบนความขัดแย้ง
ประธานาธิบดีชาเวซ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพวกซ้ายจัดและต่อต้านผู้นำสหรัฐอย่างรุนแรง ได้กล่าวเปิดการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเขาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโอเปค ที่กรุงคาราคัส เมื่อปี 2543 ยังเตือนด้วยว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มเป็นสองเท่า จากราคาปัจจุบันที่ใกล้จะถึง 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ถ้าสหรัฐโจมตีอิหร่านหรือดำเนินการใด ๆ ต่อเวเนซุเอล่า ซึ่งกลุ่มประเทศโอเปค เพิ่งจะมีการประชุมกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 47 ปีแห่งประวัติศาสตร์การก่อตั้ง และการรวมตัวกันก็ด้วยเหตุผลด้านภูมิศาสตร์การเมือง ขณะที่กษัตริย์อับดุลเลาะห์ ทรงปกป้องวัตถุประสงค์ของกลุ่มโอเปค ที่ควบคุมการผลิตน้ำมันของประเทศสมาชิกที่มีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันโลก โดยตรัสว่า คนที่ระบุว่า โอเปคเป็นองค์กรที่มีอภิสิทธิ์ทางการเมือง เป็นพวกที่ไม่ยอมรับความจริงที่ว่า โอเปคยึดแนวสายกลางและมาตลอด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่เกือบจะแตะ 100 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล ยังถือว่าต่ำกว่าเมื่อยุคทศวรรษที่ 1980 ที่เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
สมาชิกโอเปคส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติในอ่าวเปอร์เซียที่สนับสนุนตะวันตก แต่ก็ยังมีชาติที่ต่อต้านสหรัฐ อย่างอิหร่านและ เวเนซุเอล่า เป็นสมาชิกด้วย กลุ่มโอเปคเคยมีประวัติใช้น้ำมันในการส่งออกเป็นอาวุธทางการเมือง เมื่อปี 2516 เพื่อประท้วงที่อิสราเอลรุกรานซีเรีย แต่ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบียจะพยายามย้ำว่า น้ำมันถูกใช้ในทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับการประชุดสุดยอดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการวางทิศทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มโอเปค ที่ผลิตน้ำมันป้อนตลาดโลก 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงตกกันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเลขการผลิต และมีการคาดหมายกันว่า พันธมิตรซ้ายจัดของประธานาธิบดีชาเวซ ในอเมริกาใต้ อย่างเอกัวดอร์ จะกลับเข้าเป็นสมาชิกโอเปคอีก ซึ่งจะทำให้กลุ่มนี้มีสมาชิกเพิ่มเป็น 13 ชาติ
การประชุมสุดยอดโอเปค เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดในตลาดน้ำมันโลก จากการที่กลุ่มโอเปค ถูกกดดันให้เพิ่มการผลิตน้ำเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ ที่ใกล้จะถึง 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ตั้งแต่ 10 วันก่อน ซึ่งนอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว กษัตริย์อับดุลเลาะห์ ทรงประกาศด้วยว่า ซาอุดิอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก จะลงทุน 300 ล้านดอลล่าร์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการต่อสู้กับภาวะการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก
อ่านแล้ว มองดูตอนนี้ยังไม่แตะร้อย ถ้าถึงสองร้อย
ขอคำแนะนำด้วยครับ ทำยังไงดี ราคาของกินของใช้จะถึงไหน ข้าวราดแกงข้างถนนจานละเท่าไหร่ล่ะเนี่ย
http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/1 ... sid=203325
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14784
- ผู้ติดตาม: 1
200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
โพสต์ที่ 2
โค้ด: เลือกทั้งหมด
อ่านแล้ว มองดูตอนนี้ยังไม่แตะร้อย ถ้าถึงสองร้อย
ขอคำแนะนำด้วยครับ ทำยังไงดี ราคาของกินของใช้จะถึงไหน ข้าวราดแกงข้างถนนจานละเท่าไหร่ล่ะเนี่ย
เอาน้ำมันที่พุง มาเผาผลาญ เพื่อการเดินทาง
อิอิ แซวเล่นนา
-
- Verified User
- โพสต์: 898
- ผู้ติดตาม: 0
200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
โพสต์ที่ 4
ถึงจริงเหรอ :P
bid please!!
-
- Verified User
- โพสต์: 2032
- ผู้ติดตาม: 0
200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
โพสต์ที่ 7
พูดกันถึง $200 แล้ว
$150 นี่ทะลุแน่ใช่มั้ย
$150 นี่ทะลุแน่ใช่มั้ย
The statement came ahead of the rare Opec summit that began with Venez-uelan President Hugo Chavez issuing a chilling warning about oil prices in a speech that also urged the group to be actively involved in foreign policy.
Chavez said in his speech that crude prices could leapfrog to $200 a barrel from their current record level of near $100 a barrel if global tensions escalated. "If the United States was mad enough to attack Iran or aggress Venezuela again the price of a barrel of oil could reach $150 or even $200," Chavez was quoted as saying by Reuters.
-
- Verified User
- โพสต์: 18
- ผู้ติดตาม: 0
200 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
โพสต์ที่ 9
ผมว่าปัจจุบันเรามีพลังงานทางเลือกมากขึ้นนะครับ
เอารถไปติดแก๊สก็ได้ ปั่นจักรยาน หรือเปลี่ยนไปใช้รถขนาดเล็กลงก็ได้
ตอนนี้ถ้าไปแถวกลางเมืองก็ใช้นั่งแท็กซี่ไปต่อรถไฟฟ้า คิดแล้วถูกกว่าขับรถอีกครับ
โรงงานอุตสาหกรรมอาจเปลี่ยนไปใช้ถ่านหิน หรือ แก๊สธรรมชาติมากขึ้น
แผงโซลาเซล อาจขายดีจนราคาจูงใจให้คนมาใช้ก็ได้
เอ..ยังงี้โรงกลั่นคงจะแย่นะ ธุรกิจที่จะได้ผลดีคงเป็นธุรกิจถ่านหิน รถขนาดเล็ก บริษัทจำหน่ายแก๊ซธรรมชาติ ร้านซ่อมจักรยาน แผงโซลาเซล
เอารถไปติดแก๊สก็ได้ ปั่นจักรยาน หรือเปลี่ยนไปใช้รถขนาดเล็กลงก็ได้
ตอนนี้ถ้าไปแถวกลางเมืองก็ใช้นั่งแท็กซี่ไปต่อรถไฟฟ้า คิดแล้วถูกกว่าขับรถอีกครับ
โรงงานอุตสาหกรรมอาจเปลี่ยนไปใช้ถ่านหิน หรือ แก๊สธรรมชาติมากขึ้น
แผงโซลาเซล อาจขายดีจนราคาจูงใจให้คนมาใช้ก็ได้
เอ..ยังงี้โรงกลั่นคงจะแย่นะ ธุรกิจที่จะได้ผลดีคงเป็นธุรกิจถ่านหิน รถขนาดเล็ก บริษัทจำหน่ายแก๊ซธรรมชาติ ร้านซ่อมจักรยาน แผงโซลาเซล