หน้า 94 จากทั้งหมด 160

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 5:31 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:
ส่วนปิโตรคงต้องบอกว่าต้องรออีกสี่ห้าปี
เพราะมัน Over Supply มาก
ตอนนี้ Utilitizaton rate ทั่วโลกอยู่ที่ 50-60%
กว่าจะกลับไปที่ 80-90% คงอีก 5 ปี
พี่ครับ ถามหน่อยนะครับ

สมุติว่า มันผลิตแค่นี้คือ มันมีโรงงานเยอะมาก

แล้วราคาถูกก็เลยผลิตน้อยเหรอครับ

ถ้า  Utilitizaton rate อยู่ที่ 50-60% หมายความว่า

คนมันเยอะ

ถ้าผลิตไม่พอคนก็จะ run กัน เต็มกำลังผลิต 100% ถูกไหมครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 5:32 pm
โดย por_jai
:8) เรื่องที่คนมาแขวะ
     ต้องใช้ศัพท์นี้ครับ
     เคยเห็นอ.บอลใช้ด้วย
     "แต่ก็มิได้นำพา"
     ชอบจริงๆ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 6:13 pm
โดย ก้อนหิน
[quote="VIB007"][quote="hongvalue"]

สรุปว่างี้ป่าว

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 6:28 pm
โดย sai
hongvalue เขียน: และตอนนั้นผมเล่น margin 160%
ยอมรับเลยว่าคนรุ่นใหม่ใจถึงจริงจริง ดีนะที่รอดมาได้ครับ :lol:  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 7:16 pm
โดย sai
ขอถามฮงต่อเลยนะครับ (โดนถามซะบ้าง ความรู้แน่นขนาดนี้ต้องแบ่งปันกันบ้าง)
1. ระหว่างปัจจัยพื้นฐานของบริษัทกับกระแสเงิน fundflow ถ้าต้องชั่งน้ำหนัก จะให้ความสำคัญกับส่วนไหนมากกว่ากันเพราะอะไรครับ ที่ถามแบบนี้เพราะว่าคนที่ให้ความสำคัญกับ fundflow หรือ นักเทคนิคอลมักให้ความสำคัญสูงกับ โวลุ่ม (เข้าใจว่าคุณเอกยุทธ อัญชัญบุตรพิมพ์ผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็เป็นแนวแบบฮงคือเน้นดู fundflow เป็นหลัก เคยเห็นแกให้สัมภาษณ์ว่าถ้ากระแสเงินไหลมา หุ้นอะไรมันก็วิ่งเอาที่มีโวลุ่มแรงแรง และ ค่า beta สูงสูง ปัจจัยพื้นฐานเป็นเรื่องรองเลยเข้าใจว่ากลุ่ม fundflow น่าจะเน้นเอาที่เหวี่ยงแรงแรง และ โวลุ่มมากมาก จะได้เข้าออกได้สะดวกแต่ปัจจัยพื้นฐานเป็นรอง )
2.ถ้าตลาดเริ่มดีขึ้นแล้ว มีหุ้นสองตัวพื้นฐานดีทั้งคู่ ตัวหนึ่งราคาแพงกว่า แต่เป็นหุ้นใหญ่มีคนนิยมเยอะ โวลุ่มมาก กับหุ้นอีกตัวมี dca สูงและราคาถูกกว่ามาก แต่สภาพคล่องน้อยมาก น้องฮงจะเลือกแบบไหนเพราะอะไรครับ
3.ต้องออกตัวก่อนว่าผมยังไม่เคยเห็นตอนตลาดฟื้นตัวนะครับ เพิ่งลงทุนมาปีนิดนิด แต่ได้ยินหลายหลายคนเล่าให้ฟังว่าเวลาตลาดฟื้นตัวมักยังปกคลุมด้วยข่าวร้าย กว่าทุกอย่างจะเคลียร์ ราคาหุ้นก็จะขึ้นไปประมาณหนึ่งแล้ว ดังนั้นถ้าเรารอให้สัญญาณทุกอย่างคอนเฟิร์มอาจช้าไป ตรงนี้เราจะดูอินดิเคเตอร์ตัวไหนเป็นตัวนำครับ หรือ เมื่อไรที่เราพร้อมจะซื้อหุ้นเต็มพอร์ท หรือค่อยค่อยดูสัญญาณแต่ละตัวที่น้องฮงมอง แล้วค่อยค่อยซื้อตามไปเรื่อยเรื่อย(เค้าเรียกเฉลี่ยขาขึ้นหรือเปล่าไม่รู้นะ)
ขอบคุณนะครับ กำลังวางแผนลงทุนเงินที่เหลือยังมองหาจังหวะอยู่เหมือนกันครับ เอาแค่นี้พอเดี๋ยวคงมีคนทยอยมาถามฮงกันเพียบ  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 7:46 pm
โดย VIB007
[quote="sai"]
ขอบคุณนะครับ กำลังวางแผนลงทุนเงินที่เหลือยังมองหาจังหวะอยู่เหมือนกันครับ เอาแค่นี้พอเดี๋ยวคงมีคนทยอยมาถามฮงกันเพียบ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 7:49 pm
โดย VIB007
ก้อนหิน เขียน:

จริงๆ ที่ถาม ผมก็มองที่พื้นฐานนี่แหละครับ
แต่หุ้นผมอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งมากๆ เพราะว่าหุ้นที่แข็งแกร่งผมก็คิดว่ามันแพงไปแล้วแหละครับ

พอซื้อไป ช่วงแรก อาจจะเป้นปีแรก มันก็ดูดี ครับ ทั้งผลประกอบการณ์ และ ราคาก็โตไปเรื่อยๆ แต่ อยู่ๆ ราคาก็ลงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้ง ความจริงก็กระจ่างออกมาว่า พื้่นฐานถูกกระทบโดยอะไรบางอย่างซะแล้ว แต่กว่าความจริงจะปรากฏ ก็ไม่ทันซะแล้ว คือ บริษัท โซเซ ไปแล้ว
ถ้าพื้นฐานเปลี่ยนก็ต้อง"มอบตัว"
เก็บไว้เป็นบทเรียนนะครับ
อย่าเพิ่งท้อ
บัฟเฟตเพิ่งโดนไปสองสามพันล้านเหรียญรอบนี้
เราโดนน้อยกว่าเยอะ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 7:51 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน: พี่ครับ ข้อมูลว่าสร้างใหม่ใช้เงินเท่าไหร่

เราจะหาได้จากไหนเหรอครับ

ต้องเป็นคนในอุตสาหกรรมหรือป่าวครับ

แบบนี้จริงๆมันก็คล้ายๆกับ replacement cost เลยปะครับ
มันคือ replacement cost
ถามว่าเอามาจากไหน
คงต้องถามผู้รู้ในวงการเท่านั้นหละครับ
หรือไม่ก็ต้องตามข่าวว่า
โรงกลั่นใหม่ๆใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ที่กำลังการผลิตเท่าไหร่
ดูโรงกลั่นใหม่ของเวียดนามแล้วกัน
ใช้ไป 2 แสนล้านบาท
สร้างเสร็จราคาน้ำมันลงพอดี

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 7:55 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:
พี่ครับ ถามหน่อยนะครับ

สมุติว่า มันผลิตแค่นี้คือ มันมีโรงงานเยอะมาก

แล้วราคาถูกก็เลยผลิตน้อยเหรอครับ

ถ้า

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มี.ค. 02, 2009 8:28 pm
โดย sai
พี่วิบูลย์มีความเห็นอย่างไรกับการซื้อเฉลี่ยขาลงครับ เพราะ ตัวผมเองจะชอบซื้อเฉลี่ยขาลงพอสมควรอิอิ แต่ก็จะรอให้ประกาศผลประกอบการก่อน ว่าผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคิดหรือไม่ หากออกมาตามที่คาด ก็จะหาจังหวะอ่อนตัวทยอยสะสมเป็นรายไตรมาสไปน่ะครับ (ไม่ทราบช่วงเวลาปกติทำได้หรือไม่นะครับแต่ช่วงรอบนี้ หุ้นประกาศมาผลประกอบการดีอย่างไรสักพักมันก็ลงอยู่ดีเพราะตลาดไม่ค่อยดีครับ)ไม่ทราบเวลาพี่เก็บหุ้นพี่เคยซื้อเฉลี่ยขาลงหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 8:43 am
โดย VIB007
sai เขียน:พี่วิบูลย์มีความเห็นอย่างไรกับการซื้อเฉลี่ยขาลงครับ เพราะ ตัวผมเองจะชอบซื้อเฉลี่ยขาลงพอสมควรอิอิ แต่ก็จะรอให้ประกาศผลประกอบการก่อน ว่าผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคิดหรือไม่ หากออกมาตามที่คาด ก็จะหาจังหวะอ่อนตัวทยอยสะสมเป็นรายไตรมาสไปน่ะครับ (ไม่ทราบช่วงเวลาปกติทำได้หรือไม่นะครับแต่ช่วงรอบนี้ หุ้นประกาศมาผลประกอบการดีอย่างไรสักพักมันก็ลงอยู่ดีเพราะตลาดไม่ค่อยดีครับ)ไม่ทราบเวลาพี่เก็บหุ้นพี่เคยซื้อเฉลี่ยขาลงหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D
โดยปกติหุ้นที่ผมซื้อราคาจะลดลงทุกครั้งหลังซื้อ
มีเหมือนกันที่ขายขาดทุนออกไปเพราะรู้สึกว่ามันจะไม่ดีอย่างที่คิด
แต่หุ้นที่เราวิเคราะห์แล้วว่าดีจริงก็จะซื้อเพิ่ม
ค่อยๆทยอยซื้อไป
ทีละ 20-25% ของที่ตั้งใจจะซื้อ
ก็ 4-5 ไม้ก็ครบแล้ว
ต้องใจเย็นๆ

การสะสมหุ้นเป็นศิลปะ
เพราะราคาหุ้นอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ไม่มีใครรู้
บางครั้งหุ้นขึ้น ไม่ไล่ก็อด
บางครั้งหุ้นลง ซื้อมา ดันลงต่อก็มี
ค่อยๆศึกษาไป
แล้วจะเข้าใจเอง

โชคดีครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 8:46 am
โดย VIB007
ฮง
DOW หลุด 7,000 แล้ว
ล่าสุด 6700 ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี
แล้วจะเป็นยังไงต่อไป

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 9:32 am
โดย newbie_12
ช่วงนี้พี่วิบูลย์เข้ามาบ่อย อิอิ

ตอนนี้ได้เก็บพี่เทพกลับเข้า port มั่งหรือยังครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 12:05 pm
โดย ศิษย์เซียน007
คงฮงเชี่ยวชาญเรื่องการดูการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากครับ นับถือๆ ไม่ทราบว่าสนใจดู cds-spread ของกลุ่มประกันภัยบ้างไหมครับ ถ้านำมาวิเคราะห์ร่วมกับted-spread อาจจะช่วยให้เห็มภาพได้ชัดเจนขึ้นก็ได้ครับ  :)

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 12:33 pm
โดย VIB007
newbie_12 เขียน:ช่วงนี้พี่วิบูลย์เข้ามาบ่อย อิอิ

ตอนนี้ได้เก็บพี่เทพกลับเข้า port มั่งหรือยังครับ
ไม่บอกปล่อยให้งง

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 1:42 pm
โดย ก้อนหิน
มีคำถามครับ

พี่วิบูลย์บอกว่า พี่ดู Macro ด้วย พี่ดูอะไรบ้างเหรอครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 2:58 pm
โดย nortuss
พี่วิบูล ครับ ถามหน่อยคับ ผมกำลังหาดอกเบี้ยจ่ายในงบการเงินของแต่ละปีครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะเอาไปเปรียบกับอะไรดีถึงจะเหมาะสมครับ (ยอดขาย,กำไรขั้นต้น,ฯลฯ) ช่วยชี้แนะหน่อยนะคับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 3:12 pm
โดย VIB007
nortuss เขียน:พี่วิบูล ครับ ถามหน่อยคับ ผมกำลังหาดอกเบี้ยจ่ายในงบการเงินของแต่ละปีครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะเอาไปเปรียบกับอะไรดีถึงจะเหมาะสมครับ (ยอดขาย,กำไรขั้นต้น,ฯลฯ) ช่วยชี้แนะหน่อยนะคับ
ถ้าไปเทียบกับหนี้ก็ได้อัตราดอกเบี้ยของบริษัทนี้
เป็นต้นทุนเงินกู้

ถ้าไปเทียบกับกระแสเงินสด
ก็รู้ว่าจะมีปัญญาจ่ายดอกเบี้ยหรือเปล่า
ตัวหลังนี้ถ้าดอกเบี้ยมากกว่ากระแสเงินสดก็เตรียมล้มละลาย

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 3:15 pm
โดย VIB007
ก้อนหิน เขียน:มีคำถามครับ

พี่วิบูลย์บอกว่า พี่ดู Macro ด้วย พี่ดูอะไรบ้างเหรอครับ
ดูว่าเศรษฐกิจมหภาคมีผลกับพื้นฐานกิจการอย่างไร
เช่น ตอนนี้ยุโรป อเมริกาแย่ เศรษฐกิจถดถอย
ธุรกิจที่ส่งออกไปสองตลาดนี้ต้องแย่แน่ๆ
ใครมีหุ้นส่งออกก็ต้องทำใจ
อย่างนี้เป็นต้น

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 3:17 pm
โดย VIB007
VIB007 เขียน:ฮง
DOW หลุด 7,000 แล้ว
ล่าสุด 6700 ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี
แล้วจะเป็นยังไงต่อไป
สงสัยฮงหนีไปแล้ว
กลัวถูกถาม..ฮา

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 5:09 pm
โดย por_jai
:8) เจอฮงที่งานopp dayครับวันนี้
     เห็นบ่นๆว่าเมื่อก่อนเคยถามอย่างเดียว
     เดี๋ยวนี้เจอถามกลับ...ฮ่า...

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 6:33 pm
โดย noooon010
น้องฮงนี่ขยันจังเลยนะครับ เป็นนักลงทุนตัวอย่างคนหนึ่งเลย  :D  

เมื่อวานเห็นหนังสือเล่มนี้ เลยชอบครับ

http://bookweb.kinokuniya.co.jp/guest/c ... 11&AREA=07

Panic : The Story of Modern Financial Insanity
Lewis, Michael


ผมชอบที่เค้าบอกไว้ด้านหลังหนังสือครับ

"Everything, in retrospect, is obvious. But if everything were obvious, authors of histories of financial folly would be rich ..."

เนื้อหาในหนังสือ เป็นการรวบรวม article และบทความเกี่ยวกับ crisis ต่างๆ
มีทั้งช่วง black monday - Oil buble - sub prime ... ครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 6:38 pm
โดย noooon010
เมื่อเช้าอยากเขียนตั้งหลายอย่าง
ก็จะค่อยๆเขียนนะครับ

อย่างแรก ที่มีคนบอกว่า VI ไม่ดู กราฟ ไม่ดู fund flow
หรือที่แปลว่า กระแสความสนุก(ดีๆ)/ ความสนุกที่ทำให้ฝันดี ...Fun(d) flow

ผมเคยฟังจากเพื่อนผมซึ่งลงทุนมาก่อนผมนานมาก
เค้าบอก buffett เองก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่า VI แต่คนมองเค้าว่าเป็น VI
แต่จะอะไรก็แล้วแต่

ผมว่า เค้ามีหลักในการลงทุนของเค้า
ตัวนักลงทุนแต่ละคนเองก็น่าจะมีหลักการของตน
จะเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรืออย่างไรก็แล้วแต่

ที่ temple ก็มีคนพูดถึงครับ
http://www.templeboxing.com/index.php?topic=1588.0

ผมชอบที่ buffett เค้าออกมาเขียนเรื่องการลงทุนของเค้า
คนเราหายากนะครับ ที่จะยอมพูดข้อผิดพลาดของเรา

หากต้องการศึกษา สามารถอ่านได้จากกระทู้พี่ โลโซ ครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=37205

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 6:46 pm
โดย noooon010
ผมว่า หลักการเบื้องต้นของการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ
เคยอ่านหนังสือ การลงทุนแบบเทคนิค
เค้าเชื่อว่า ทุกๆอย่างจะแสดงออกมาที่ราคาหุ้น
(ผิดพลาดอย่างไรแย้งได้นะครับ)

ส่วน VI (Value investor) จะพิจารณา ... อย่างที่พูดกันก่อนหน้านี้ เกือบร้อยหน้า :lol:

จริงๆแล้ว ผมคิดว่า เพราะไม่มีใครบอกอนาคตได้ 100%
มีหลายวิธีที่พยายามบอกอนาคต

การดู business model งบการเงิน ผู้บริหารมีธรรมาภิบาล หรือไม่
ก็พอชี้อนาคตได้

การดู กราฟ ก็พอชี้อนาคตได้

แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน 100%
ดังนั้น การลงทุน จึงเป็นศิลปะ

มันแล้วแต่ว่า ผู้ลงทุน จะนำอะไรไปใช้อย่างไร
ผมเอง ปีที่แล้ว ก็เมาหมัด
เคยขายที่จุดต่ำสุด  :lol:  :lol:
และก็ซื้อที่ต่ำสุด อีกครั้ง

เคยขายที่ 900 กว่าจุด

....แล้วไงหรือครับ
ผมว่า ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้
ผมเชื่อว่า ไม่มีใครบอกอนาคตได้ 100%
เคยอ่านที่พี่ฉัตรพูดว่า บางทีจะขายก่อน แล้วรอมาซื้อตอนหลัง
แต่แล้วราคาก็ขึ้นไป
จนสุดท้าย พี่เค้าก็ลงทุนแบบปัจจุบันนี้

ผมว่าแต่ละคน ต่างกัน
มีคนบอกว่า ฝาแฝด ยังไม่เหมือนกันเลย
ดังนั้นทุกคนคิดต่างกันได้
เราคุยกัน เพื่อเกิดองค์ความรู้ และการยอมรับ ให้เกียรติกัน

ตอน ตค.ปีที่แล้ว ผมอ่านกระทู้ที่น้องฮงถามพี่ mprandy แล้วทึ่งมาก
ผมไม่เคยทราบอะไรขนาดนั้น

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 6:59 pm
โดย noooon010
(ขอโม้ต่อนะครับ):D หลังจากนั้นผมก็ค่อยๆศึกษาสิ่งที่ผมเคยสนใจ เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ เรื่องการเงิน

ผมว่า ผมสนุก และนำมาใช้ได้

ผมว่า สิ่งนี้สำคัญนะครับ

มีใครจำความรู้สึกสนุกในการลงทุน เพราะเราคิดเหมือนการทำธุรกิจอันหนึ่งไหมครับ

คนทำธุรกิจ ก็ต้องดู เศรษฐกิจ
แต่บางครั้ง เศรษฐกิจไม่ดี
ธุรกิจบางอันก็โตมาได้
อย่าง oishi ...ผมไม่ได้หมายถึงเชียร์หุ้นเค้านะครับ
แต่ผมชอบแนวคิดแบบก้างหน้าของคุณตัน ครับ

เคยอ่าน คัมภีร์หุ้น 3
คุณ โสภณ ก็พูดถึงเรื่อง การลงทุนอย่างมีความสุข
เพราะถ้าเราไม่มีความสุข เราก็จะเริ่มคิดอะไรไม่ออก
การลงทุนที่ออกมา เริ่มใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากขึ้น

เลยมีคนบอกว่า เราใช้ประโยชน์ จาก Mr.Market ได้

....แต่ก็มีคนเสียหาย จาก Mr.Market นะครับ(ผมเอง)  :lol:

ผมว่า เราค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆปรับปรุง
และค่อยๆรู้จักกัน

ฮงอย่าคิดมากเรื่องการที่มครบอกว่า VI หรือไม่นะครับ
ผมเอง ...เพื่อนบางคนก็บอก VI ไม่เคยขายva
ไม่ต้องดู กระแสความสนุกทำให้ฝันดี (Fund flow)

แต่ผมว่า เราใช้หลักอะไรก็แล้วแต่
แต่เราต้องทำตามหลักนั้นๆ

ถ้ามัน over value มากๆ เราจะทำอย่างไร

กราฟ บอกให้ cut loss เราทำอย่างไร

บางคนดูหลายอย่าง
ถ้าเค้าประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเค้าได้
แค่นี้ ก็ok และมีความสุขกับการลงทุนแล้วครับ

แต่บางคน เมาหมัด หลักการ กลายเป็นหลักเกิน
ไม่ต้องใครหรอกครับ
ผมเอง เมื่อปลายปี

ชอบกระทู้พี่ลูกอีสาน เลย ปรับ port
ไปๆมาๆ กลายเป็น ขายหมู และซื้อ... buff.... มาแทน

แต่เราก็ได้เรียนรู้ทุกครั้ง
และเราก็ได้สิ่งดีๆทุกครั้งกลับไปครับ

พี่วิบูลย์และพี่หมอ mprandyครับ
ผมขออนุญาติลง ข้อความทาง pm ที่ผมถามพี่เค้านะครับ

หลังอ่านข้อความนี้ ผมรู้ซึ้ง และเข้าใจตัวเองมากๆครับ
noooon010 wrote:
p'mparnady สวัสดีครับ

 ว่าจะ pm มาคุยกับพี่หลายครั้งแล้วครับ จะโทรไปคุยก็เกรงใจครับ
งั้นขออนุญาติ คุยผ่าน pm แทนนะครับพี่ครับ

อยากทราบว่า จริงๆพี่ทราบว่าเศรษฐกิจที่อเมริกามันแย่ คนตกงานเยอะ สถิติอะไรก็แย่หมด

แต่ทำไมพี่ถึงยังลงทุนอยู่ และยังซื้อเพิ่มครับ

...ตามความคิดผม :สำหรับตัวผมเอง ผมลงทุนเพราะว่า ราคาหุ้นตอนนี้มันถูกกว่าราคาพื้นฐานค่อนข้างมาก
หลายตัวก็เป็นหุ้นที่ดีที่ไม่มีใครมาดูแลราคา
และผมเองก็อยากร่วมเป็นเจ้าของกิจการ ดังนั้นผมจึงลงทุนเท่าที่ผมพอใจ
(ผมจะแบ่งเงินไว้ใช้จ่าย และเหลือเก็บบ้าง แล้วจึงนำเงินส่วนที่เหลือมาลงทุนครับ)

ผมอ่านหนังสือ CEO ของ Buffett แล้ว ผมชอบลู ซิมสัน กับคุณนาย B มากๆครับพี่

ผมว่าเค้าทำให้รู้จักคำว่า "ลงทุนด้วยชีวิต"ครับ
ผมเบื่อที่จะตาม dow (ทั้งๆที่ผมก็ update ข่าว dow ที่ temple)

น้องฮงเอง เค้ามาคุยด้วย และเค้าบอกว่า ยังไม่เห็นตัวเลขอะไรดีสักอย่าง
เค้ารอได้ และรอจนกว่าข่าว(ที่เค้าเชื่อว่า)Hedge Fund จะแย่ จะปล่อยออกมาครับ

- พี่ mprandy แบ่งเวลาอย่างไรครับ
ไหนจะงานที่ รพ. ไหนจะดูแลสุขภาพ

พอดีกำลังพัฒนาตนเอง และแบ่งเวลาให้เป็นครับ
คิดว่า ดาราดีๆหลายคนเค้ายังแบ่งเวลาทำงาน เวลาเรียนได้เลยครับ
สู้ๆครับงานนี้

ไว้คุยกันใหม่ครับพี่ครับ ^^

พี่ mprandy wrote
เหตุที่ผมอาจจะมีลักษณะการลงทุนต่างจากสมาชิกท่านอื่นใน TVI ก็เพราะว่าผมไม่ใช่ full time investor หมายถึงว่าผมไม่ได้อาศัยรายได้หลักเลี้ยงปากท้องจากการลงทุน แถมเป้าหมายหลักของผมคือ financial freedom ที่ 14 ปีครับ

การมองเป้าหมายยาว หมายความว่าอย่างน้อย 5 ปีนี้ (หรือมากกว่า) ผมเป็น net buyer ครับ ไม่มีเจตนาจะขาย (ยกเว้นว่าพื้นฐานกิจการเปลี่ยน มองผิด วิเคราะห์ผิด) เมื่อเราเป็นผู้ืซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย ก็ควรจะดีใจที่ราคาหุ้นมันถูก ๆ (คนเสียใจที่หุ้นถูก คือคนที่ตั้งใจจะขายออก จริงไหม) ผมบอกไม่ได้ว่าหุ้นที่ผมถือจะราคาตกลงไปกว่านี้หรือไม่ในอีก 1 ปีหรือ 2 ปีจากนี้ แต่ผมบอกได้ว่ากิจการที่ผมถือแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้แน่นอน และจะเติบโตไปเรื่อย ๆ และถ้ากิจการมันเติบโตไปเรื่อย ๆ 5 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี ในที่สุดราคาหุ้นจะสะท้อนพื้นฐานของมันออกมาเอง

จริง ๆ คนรู้มาก มองโน่นวิเคราะห์นั่น ก็ไม่ได้ผลดีนักหรอก ไม่งั้นคงมีพวกเล่นรอบร่ำรวยน้อง ๆ Buffett ไปแล้ว แต่เท่าที่เห็นมาก็ยังไม่มีใครเทียบได้ (เทียบห่าง ๆ ก็ยังไม่ได้)

หรือตัวอย่างแม่ผมเอง ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นอะไรทั้งนั้น แต่เขาอยากซื้อหุ้น BBL ตั้งแต่สมัยก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 อีก แล้วก็ถือมาเรื่อย ๆ แบบไม่เคยรู้เรื่อง ไม่สนใจ

จากหุ้นละ 307 บาท (พาร์ 100) แล้วก็ได้ลูกหุ้นเพิ่มทุนที่พาร์อีกหลายหน ตอนนี้ต้นทุนไม่มีแล้วครับ คืนทุนมาเป็นปันผลหมดแล้ว ณ ตอนนี้ตลาดให้ BBL ราคาเท่าไหร่ก็ไม่สนครับ ตราบใดที่มันยังไม่เจ๊ง ปันผลได้ทุกปีก็พอใจแ้ล้ว

แต่ผมก็ไม่ criticize คนที่ลงทุนแบบอื่นนะครับ จะเป็น VI แท้ VI เทียม เล่นรอบ หรือเด็กเทคนิค ผมเห็นว่าทุกคนคือนักลงทุนหมด แต่ละคนมีเป้าหมายและวิธีต่างกัน ตราบใดที่ไม่ทำชั่ว ทำผิด (แบบ SECC) ผมโอเคหมด และในเมื่อวิธีต่างกัน คงจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทน ที่เวลาใดเวลาหนึ่ง หรือแม้กระทั่งระดับความเครียด  

การเป็นหมอ แล้วเป็น part time investor นี่ดีหลายอย่างนะ ดูไปดูมาเหมือน Berkshire เลย เพราะบริษัทนี้มีรายได้สม่ำเสมอจากกิจการประกันภัย แต่สร้างความมั่งคั่งจากพอร์ทหลักทรัพย์ เหมือนหมอ มี constant cash flow จากการประกอบวิชาชีพ แล้วแบ่งเิิงินส่วนเหลือไปสร้างความมั่งคั่ง

เรื่องข่าวทั้งหลายแหล่ ก็ติดตามครับ แต่ผมไม่ใช้ข่าวมาเป็นปัจจัยหลักในการวิเคราะห์กิจการ ยกเว้นว่าข่าวนั้นมีผลกระทบจำเพาะกับกิจการที่เราลงทุน เพราะดูจากข่าวที่เห็น ๆ อยู่ มันมีผลกระทบไปทั่วทุกกิจการ ถือเป็นเรื่องที่ปกติ และเราควบคุมอะไรไม่ได้ กิจการที่ดีและแข็งแกร่งจะถือโอกาสนี้เป็นประโยชน์มากกว่า (ปรับปรุงระบบการทำงาน, ลดค่าใช้จ่าย, ระมัดระวังในการดำเนินกิจการ แล้วรอให้คู่แข่งล้มหายตายจาก)

เรื่องแบ่งเวลา ผมก็ไม่ได้แบ่งอะไรชัดเจน ก็ทำ ๆ ไปด้วยกันทั้งทำงาน วิชาการ บริการ ลงทุน ค้นคว้าหาความรู้ บำรุงรักษาสุขภาพ พักผ่อนหย่อนใจ (อันหลังนี่น้อยหน่อย) ดู ๆ ให้มันเหมาะสมครับ


คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 7:06 pm
โดย noooon010
ผมว่า นักลงทุนต้องมีเป้าหมายการลงทุนของตนเองครับ
และถ้าจะให้ดี ก็ไม่ควรตำหนิคนอื่นๆที่คิดไม่เหมือนกัน

แล้วโลกนี้จะน่าอยู่มากขึ้น

มีใครอ่าน x-ray คนไทย 360 องศา ของ สนพ. ฐานเศรษฐกิจบ้างไหมครับ
ผมอ่านแล้วรู้สึก โดนๆ มากครับ

หลังจากหน้านี้ผมโม้มานาน
ผมมี link ของบทสัมภาษณ์ พี่มน ใน e-finance มาฝากครับ
link ได้จากน้องเต้ย Ronnapum นะครับ

http://www.efinancethai.com/investor_st ... 020309.pdf

ขอตัวไปวิ่งก่อนนะครับ

ขอให้ทุกๆท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง
และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม

ปล. พี่วิบูลย์ ขอบคุณมากๆที่พี่เขียนสิ่งดีๆ และ เปิดกว้างสำหรับทุกความเห็นนะครับ :D

ปล.2 รูปนี้ ฮาดี ขอ post ขำๆในกระทู้พี่หน่อยนะครับ
เดี๋ยวผมวิชาการเกินไป

...ผม(แอบ)เป็นศิบย์น้อง three dot ครับ
:D

รูปภาพ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 8:51 pm
โดย sai
อ่านข้อความของ พี่หมอ แพรนดี้ที่ไร นึกชื่นชมในใจจริงจริงทุกครั้ง นี่ละมั้งที่เรียกว่าความเชื่อที่ยิ่งใหญ่จะมาพร้อมกับความจริงที่ใหญ่ยิ่ง อิอิ ขอคารวะอีกครั้งครับพี่หมอ :bow:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 10:25 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน: สงสัยฮงหนีไปแล้ว
กลัวถูกถาม..ฮา

วันนี้เพิ่งกลับถึงบ้านเองครับ ไป oppday ตั้งแต่เช้าของ

psl jutha

แล้วก็ไปดูหนังต่อที่ central world เรื่อง street fighter ครับ

แล้วก็ขับรถไปกินข้าวที่ถนน อักษะ

เพื่งถึงบ้านเอง

ปกติผมจะตอบตอนเที่ยงตอนเย็นทุกวันครับ ถ้าผมอยู่บ้าน

ไม่ได้หนีไปไหนหรอกครับ  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 10:50 pm
โดย hongvalue
[quote="sai"]ขอถามฮงต่อเลยนะครับ (โดนถามซะบ้าง ความรู้แน่นขนาดนี้ต้องแบ่งปันกันบ้าง)
1. ระหว่างปัจจัยพื้นฐานของบริษัทกับกระแสเงิน fundflow ถ้าต้องชั่งน้ำหนัก จะให้ความสำคัญกับส่วนไหนมากกว่ากันเพราะอะไรครับ ที่ถามแบบนี้เพราะว่าคนที่ให้ความสำคัญกับ fundflow หรือ นักเทคนิคอลมักให้ความสำคัญสูงกับ โวลุ่ม (เข้าใจว่าคุณเอกยุทธ อัญชัญบุตรพิมพ์ผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็เป็นแนวแบบฮงคือเน้นดู fundflow เป็นหลัก เคยเห็นแกให้สัมภาษณ์ว่าถ้ากระแสเงินไหลมา หุ้นอะไรมันก็วิ่งเอาที่มีโวลุ่มแรงแรง และ ค่า beta สูงสูง ปัจจัยพื้นฐานเป็นเรื่องรองเลยเข้าใจว่ากลุ่ม fundflow น่าจะเน้นเอาที่เหวี่ยงแรงแรง และ โวลุ่มมากมาก จะได้เข้าออกได้สะดวกแต่ปัจจัยพื้นฐานเป็นรอง )
2.ถ้าตลาดเริ่มดีขึ้นแล้ว มีหุ้นสองตัวพื้นฐานดีทั้งคู่ ตัวหนึ่งราคาแพงกว่า แต่เป็นหุ้นใหญ่มีคนนิยมเยอะ โวลุ่มมาก กับหุ้นอีกตัวมี dca สูงและราคาถูกกว่ามาก แต่สภาพคล่องน้อยมาก น้องฮงจะเลือกแบบไหนเพราะอะไรครับ
3.ต้องออกตัวก่อนว่าผมยังไม่เคยเห็นตอนตลาดฟื้นตัวนะครับ เพิ่งลงทุนมาปีนิดนิด แต่ได้ยินหลายหลายคนเล่าให้ฟังว่าเวลาตลาดฟื้นตัวมักยังปกคลุมด้วยข่าวร้าย กว่าทุกอย่างจะเคลียร์ ราคาหุ้นก็จะขึ้นไปประมาณหนึ่งแล้ว ดังนั้นถ้าเรารอให้สัญญาณทุกอย่างคอนเฟิร์มอาจช้าไป ตรงนี้เราจะดูอินดิเคเตอร์ตัวไหนเป็นตัวนำครับ หรือ เมื่อไรที่เราพร้อมจะซื้อหุ้นเต็มพอร์ท หรือค่อยค่อยดูสัญญาณแต่ละตัวที่น้องฮงมอง แล้วค่อยค่อยซื้อตามไปเรื่อยเรื่อย(เค้าเรียกเฉลี่ยขาขึ้นหรือเปล่าไม่รู้นะ)
ขอบคุณนะครับ กำลังวางแผนลงทุนเงินที่เหลือยังมองหาจังหวะอยู่เหมือนกันครับ เอาแค่นี้พอเดี๋ยวคงมีคนทยอยมาถามฮงกันเพียบ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 03, 2009 10:54 pm
โดย hongvalue
[quote="ศิษย์เซียน007"]คงฮงเชี่ยวชาญเรื่องการดูการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากครับ นับถือๆ ไม่ทราบว่าสนใจดู cds-spread ของกลุ่มประกันภัยบ้างไหมครับ ถ้านำมาวิเคราะห์ร่วมกับted-spread อาจจะช่วยให้เห็มภาพได้ชัดเจนขึ้นก็ได้ครับ