หน้า 2 จากทั้งหมด 2

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 11:23 am
โดย สามัญชน
:lol: :lol: :lol: :lol:
ผมว่า ในยุคหิน ที่ยังไม่มีเงินใช้ ยุคนั้นมีอิสรภาพทางการเงินมากกว่าปัจจุบันครับ
เงินเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ต่อมาก็ใช้แลกได้ทุกอย่าง

ยุคหินอาจจะมีอิสรภาพทางการเงินก็จริง เพราะยุคนั้นไม่มีเงิน แต่ก็ไม่ได้มีอิสระจากการที่ต้องขวนขวายหาสิ่งที่จะมาหล่อเลี้ยงชีวิตแต่อย่างไร ดังนั้นเราจึงเห็น ( ในภาพวาด )ว่าคนยุคหินวันๆก็ยุ่งอยู่กับการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร วาดรูปสัตว์ตามถ้ำตามหน้าผา ซึ่งก็ไม่ได้เป็นอิสระจากความต้องการขั้นที่ 1 อยู่ดี ยังฆ่ากันเพื่อแย่งอาหารก็มี ฆ่าคนด้วยกันเอามาเป็นอาหารก็มี

:lol: :lol: :lol: :lol:

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 11:26 am
โดย indexthai
Jeng เขียน:ขอแค่มีเบียร์กินก็พอ
เดี๋ยวก็อัวนหรอก

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 11:28 am
โดย indexthai
คนที่มีอิสระทางการเงิน
คือคนที่แบ่งปันคนอื่นเป็น

:lovl:

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 12:16 pm
โดย Tongue
พี่ Jeng wrote
ผมว่า ในยุคหิน ที่ยังไม่มีเงินใช้ ยุคนั้นมีอิสรภาพทางการเงินมากกว่าปัจจุบันครับ
อันนั้น ชีวิตมี อิสระ ครับ

เงิน เป็นสมาชิก ของ เซต ชีวิต

ชีวิต มี กาย กะ จิต

สิ่งของ (การได้มา ครอบครอง take) ทำให้ กาย happy
การให้ ทำให้ จิตใจ happy

กราฟของการ maximize happiness ของร่างกาย เป็น concave
กราฟของการ maximize happiness ของจิตใจ เป็น convex

ทั้ง 2 กราฟ สัมผ้สกัน ที่จุด optimal FOC เท่ากับ 0
กลายเป็นกราฟชีวิต

ถ้าจะ max กราฟ ชีวิต ต้องตามเส้นกราฟ ที่ slope เป็น บวก

แปลเป็น ภาษาคนธรรมดา ว่า :lol: :lol:

ตอนแรกๆ คนเราจะมีความสุข จากการรับ มากกว่า การให้ เพราะความจำเป็นทางร่างกาย แล้วก็ยังไม่มีอะไรจะให้

แต่ผ่านๆไป การได้รับ จะให้ความสุขในสัดส่วนที่ลดลงเรื่อยๆ ยิ่ง โลภ น้อย ยิ่งลดเร็ว
ตามหลัก deminishing of return

พอถึง จุดหนึ่ง การได้มา ก็ไม่สามารถเพิ่ม ความสุขได้อีก (ที่ราบสูงของ พี่ CK)

ที่จุดนั้น กราฟ อีกอันก็มาแตะพอดี
ถ้าจะ maximize life ก็ต้องตาม กราฟนั้นไป

ขอโทษทีครับ มันใกล้สอบ :lol: :lol:
วันๆเจอแต่กราฟ กับ อักษรกรีก

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 2:09 pm
โดย นอกกรอบ
ผมว่ายุคหินคงจะขาดอิสรภาพด้านอาหารนะครับ

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 28, 2005 5:07 pm
โดย stp
ปัจจุบันหลายคนต้องทนทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่รัก เพื่อรายได้ที่จะเลี้ยงชีพ ไม่มีเวลาเหลือไปทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองชอบ

แต่การมีอิสระภาพทางการเงินแล้ว จะไม่ได้หมายความถึงว่าต้องไม่ทำงานอะไรเลยนะครับ งานที่เขารัก เขาชอบ อาจจะเป็นงานที่มีรายได้ที่ดี เป็นงานที่หลายคนไม่ชอบก็ได้ครับ เราถึงยังเห็นคนเหล่านั้นยังคงนั่งทำงานอยู่
เห็นด้วยครับ เป็นการใช้ชีวิตให้มีความสุข มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ
เงินเป็นกุญแจแต่คงไม่ใช่ปัจจัยหลัก

ความสุขไม่ได้แปรผันตรงกับเงิน บางครั้งอาจจะผกผันด้วยซ้ำไปสำหรับบางคน
คนมีเงิน 1 ล้านไม่ได้มีความสุข 10 เท่าของคนมีเงินแสน
อาจซัก 10% 20% หรือบางคนอาจติดลบ 10%20% ว่ากันไปแล้วแต่ละบุคคล

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 12:17 am
โดย Tao Investor
คนที่มีอิสระทางการเงิน
คือคนที่แบ่งปันคนอื่นเป็น

คนจะงาม งามที่ใจ ใช่ใบหน้า

คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน

คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน

คนจะรวย รวยสินทาน ใช่บ้านโต




ใครหลายคนพูดไว้

"ถ้าผมรวย ผมจะช่วยเหลือสังคม"

"ถ้าผมรวย ผมจะแจกทุกการศึกษา"

"ถ้าผมรวย ผมจะทำดี....."


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว :wink:

มีชายหนุ่มรูปเกือบ งาม ผู้หนึ่ง บอกกับใครหลายคนว่า ถ้าผมรวย ผมจะท่องเที่ยวไป

รอบโลก ผมจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ผมจะใช้ชีวิตแบบสมถะ นั่งตกปลา ดูนก

ปลูกต้นไม้ วาดรูป มีเวลาว่างๆ นั่งเล่น หยอกล้อกับลูก กับ ภรรยา ของเขา

ชายหนุ่ม จึงตั้งหน้าตั้งตา ทำงานอย่างหนักหน่วง

และใช้เงินทำงานอย่างหนักหน่วงเช่นกัน

เพราะเขาหวัง ว่า เขาจะได้ใช้ชีวิต อย่างที่เขาหวังไว้

เขาตื่นแต่เช้า

เช้ายิ่งกว่าเช้า

เขาไปทำงาน ไม่เคยสาย ไม่เคยขาด ไม่เคยลาพักร้อน ทำงานอย่างหนักหน่วง

หลังจากทำงานหนัก เขาก้มหน้าก้มตา ศึกษาวิธีการลงทุน

จากหลายสำนัก อย่างละเอียด เข้มข้น และแน่นอน ว่า หนักหน่วง

ผลจากความอุตสาหะ ความพยายาม นั้น ส่งผลให้เขาได้เลื่อนขั้น ไปเรื่อยๆ

จากขั้นเล็กๆ

สู่ขั้นที่สูงขึ้น ใหญ่ขึ้น เรื่อยๆ

งาน งาน งาน




เมื่อเขากลับบ้าน เขาบอกกับลูกว่า พ่อทำงานหนักเพื่อลูกนะ ลูกต้องตั้งใจเรียนนะ

พ่อรักลูกนะ เอาหล่ะลูก พ่อต้องทำงานต่อแล้ว ไว้พรุ่งนี้ พ่อจะซื้อ ของเล่นมาฝากนะ

เมื่อเขาหันไปเจอภรรยา เขาบอกกับภรรยาของเขาว่า ที่รัก ผมสบายมาก ผมยังไหว ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ

ผมทำงานหนักเพื่อคุณนะ ทนหน่อยนะจ๊ะที่รัก อีกไม่กี่ปี เราก็จะสบายแล้ว

เมื่อเขาหันไปเจอตัวเองในกระจก เขาบอกกับตัวเองว่า เอาหน่า เพื่อลูก เพื่อเมีย อีกนิดเดียวเอง เพื่ออนาคต

ลูกเราจะได้สบาย เมียเราจะได้สบาย เราลำบากแค่นี้ สบายมาก




จากความพยายามของชายหนุ่ม เขาประสบความสำเร็จ ในเรื่องการงาน การเงิน

เขากลับมาบ้าน เขาบอกกับ ลูกและเมียว่า พ่อประสบความสำเร็จแล้วนะ

หลังจากนี้ เรา ก็ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว

ชีวิตเขา เขาใช้ อย่างคุ้มค่า

ผลตอบแทนที่เขาได้รับ ย่อมคุ้มค่า มิใช่หรือ :?:




ชายหนุ่มที่มิใช่ชายหนุ่มอีกแล้ว ภรรยาก็มิใช่ภรรยาอีกแล้ว ลูกก็มิใช่ลูกอีกแล้ว

ชายหนุ่ม เริ่มคิดได้

ชายหนุ่มในวันนั้น เอาความรัก ลูกและ ภรรยา

เอาความสุข เอาเวลาของชีวิต ของเขา ทุ่มไปอย่างหนักหน่วง

เพียงเพื่อเงิน เพียงเพื่อ อิสระภาพ ทางการเงิน

วันนี้ ชายชรา มีอิสระภาพทางการเงิน

แต่ชายชรา ถูกจองจำด้วย กำแพง แห่ง กาลเวลา

ชายชรา ไม่อาจ ช่วยเหลือใครได้อีกแล้ว

ชาชรา ไม่อาจ เลี้ยงปลา วาดรูป เล่นดนตรี หรือทำสิ่งที่เขารักได้อีกแล้ว

เขาเหนื่อยเกินไป เหนื่อยมาก

แม้แต่การแสดงความรัก ต่อลูกและภรรยา เขาก็เกือบลืมวิธีทำ วิธีแสดงความรัก

ชายชราจึงได้แต่ บอกลูก ที่รัก ของเขา ซึ่งกำลังจะเป็นชายหนุ่ม ว่า

"การใช้ชีวิต อย่าตึงเกินไป หรือว่าหย่อนเกินไปนะลูก"

ชายหนุ่มรับคำจากชายชรา "ครับ....พ่อ ผมนึกว่าพ่อไม่รักผมแล้วซะอีก....ผมแค่ต้องการความรักจากพ่อครับ ไม่ได้ต้องการทรัพย์สินเงินทองเลย..."


ชายชรา...ชรามากแล้ว... ชายชราต้องการพักผ่อน...



ชายชรา ฝากถึงชายหนุ่ม..คนต่อไป..."ชายหนุ่ม เจ้าจะมีอิสรภาพทางการเงินไปเพื่ออะไร :?: "


จบ



ปล. อาจบางที ทางสายกลาง ไม่ ใช่ ทางตรงกลาง

ทางตรงกลาง ย่อมเล็กมาก และมีเพียงหนึ่งเดียว

ทางสายกลาง ย่อม กว้างพอ พอสำหรับ ความผิดพลาด และ ความสำเร็จ



ปล.2 ฝากถึง ทุกคนในเวบนี้นะครับ ผมคิดว่า คงไม่มีใครเดินชิดขอบที่หย่อนเกินไปหรอกครับ

แต่คนที่ตึงเกินไป ระวังนะครับ

ทางที่หย่อน ย่อมประสพความสำเร็จยาก

ทางที่ตึงเกินไปก็เช่นกัน



หนทางยังอีกยาวไกล อย่าเพิ่งเร่ง จนเครื่องไหม้ไปซะก่อนนะครับ

:D

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 12:39 am
โดย rockman
... เข้ามาอ่าน ... ชอบ...บ

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 11:05 am
โดย chatchai
ผมเห็นด้วยกับบทความของคุณ Tao Investor และขอแถมอีกนิดว่า

ลูกๆนั้นเมื่อยามเด็กอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่

แต่พ่อแม่ก็ยังคงให้เวลาส่วนใหญ่กับการทำงานหาเงิน แล้วให้พี่เลี้ยง โทรทัศน์ เป็นเพื่อนกับลูก

แต่เมื่อลูกๆโตขึ้น มักจะอยู่กับเพื่อนๆ พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็เรียกร้องให้ลูกๆอยู่กับตน

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 11:21 am
โดย Supra
:oops: :oops:
ลูกๆนั้นเมื่อยามเด็กอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่

แต่พ่อแม่ก็ยังคงให้เวลาส่วนใหญ่กับการทำงานหาเงิน แล้วให้พี่เลี้ยง โทรทัศน์ เป็นเพื่อนกับลูก

แต่เมื่อลูกๆโตขึ้น มักจะอยู่กับเพื่อนๆ พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็เรียกร้องให้ลูกๆอยู่กับตน
แต่เมื่อลูกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีก มักจะอยู่กะภรรยาให้เวลากะภรรยา และเมื่อมีลูก วงจรที่เราเคยเจอก้อจะกลับมาเจอกะตัวเองบ้าง :roll: :roll:

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 11:31 am
โดย Jeng
ถ้าเราอยู่กับคนที่ตึงเกินไป เราควรทำไงครับ ท่านเต๋า

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 8:34 pm
โดย por_jai
8) เมื่อยนะครับ เดินไปไหนสักแห่ง
แล้วมองแต่จุดหมายอย่างเดียว
โดยไม่เหลียวชมชื่นสรรพสิ่งชีวิตข้างๆทางเสียบ้าง
.......................................................................................
นักเขียนต้องอ่านหนังสือเยอะๆ คนแต่งเพลงต้องฟังเพลงมากๆ
พ่อครัวเก่งๆต้องขยันชิมของอร่อยอยู่เป็นนิจ
คนเป็นผัวเมียกันจะทำการสิ่งใด
การได้ปรึกษาหารือได้ปรับทุกข์กันมันก็เหมือนทบทวนบทเรียนไปในตัว
แม้แต่แค่ได้นั่งพักมองอะไรเรือยเปื่อย ระหว่างถ่ายทำละคร
ผมก็เคยนึกอะไรดีๆออกในช่วงนั้น
แล้วเอามาใช้ในการเขียนแก้ไขงานได้
ดอกหญ้าข้างทางนี่พาอัศวินไปรบชนะมาไม่รู้เท่าไรแล้ว...
..........................................................................................
ไม่รู้คุณ CK หมายถึงใคร แต่น่าจะตอบคำถามที่ถามท่านเต๋าได้
ที่มา มาจากหนังสือ ยอดมนุษย์ลำลอง ของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
..........................................................................................

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 30, 2005 9:29 pm
โดย nirun
chatchai เขียน: ถ้าน้ำมีอยู่เพียงครึ่งแก้ว เราก็สามารถที่จะลดแก้วให้เล็กลงได้ครับ แต่ถ้าเรามัวแต่ขยายแก้วให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ น้ำก็คงไม่มีวันที่จะเต็มแก้ว ชีวิตก็คงต้องดิ้นรนไปจนวันสุดท้าย
เปลี่ยนความคิด ชีวิตเราก็เปลี่ยน จริงไหมครับ :D

ขอบคุณทุกความรู้ดี ๆ ที่พี่ ๆ แบ่งปันกันมานะครับ

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 1:27 am
โดย Jeng
ผมชอบทางพุทธ นะ

วิธีเดียวที่จะคิดได้ คือหยุดคิด

เรื่องอิสรภาพ หรือไม่อิสรภาพ

ก็แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน แต่ละสถานการณ์ครับ

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 12:46 pm
โดย beammy
มัชฌิมาปติปทา ครับ ไม่ตึง ไม่หย่อน

:D :D :D

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 12:49 pm
โดย alexx
มีเงินใช้วันละ 1 แสน ก้คงพอ รวมถึง ค่าใช้จ่ายทุกอย่างด้ว :lol: :lol: :lol: ย

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 1:13 pm
โดย indexthai
indexthai เขียน:
ปล. อาจบางที ทางสายกลาง
ทางสายกลาง = Low Stanadrd Deviation

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 1:17 pm
โดย ต.หยวนเปียว
Jeng เขียน:ผมชอบทางพุทธ นะ

วิธีเดียวที่จะคิดได้ คือหยุดคิด

เรื่องอิสรภาพ หรือไม่อิสรภาพ

ก็แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน แต่ละสถานการณ์ครับ
อิสรภาพเกิดเมื่อคุณไม่รู้
อิสรภาพไม่ใช่ค่อยๆเกิด
ต้องเกิดทันที เกิดจากภายใน :)

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 2:13 pm
โดย tt
ผมว่านะอีก 3-4 ปี เก็บให้ถึง 7 ล้านอย่างที่ว่า
ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล ผมว่าอาจจะไป 7 % ก็ได้
ถึงเวลานั้นเราอาจะไม่ต้องลงทุนในหุ้นกันแล้วก็ได้
ถ้าเราต้องเงินใช้แค่นั้น เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยเริ่ม start ขึ้นแล้ว
และจ่ายสูงสุดก็ล่อเข้าไป 4 % แล้ว
ผมยังคิดเลยนะเนี่ยว่าถ้าดอกเบี้ยไป 7-8 % แล้วผมจะยังเล่นหุ้นอีกมั๊ยะเนี่ย

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 6:37 pm
โดย BerZerK
SANTI เขียน:คุณ JENG ช่วยบอกหน่อยสิครับว่าธุรกิจอะไรที่ลงทุน 1 ล้านบาทแล้วได้เงิน 7 หมื่นต่อเดือน :shock: :shock: :shock:
ขายของกินข้าง ๆ ออฟฟิส ที่มีคนเดินเยอะ ๆ เดินเยอะ ๆ สิครับ โดยเฉพาะส้มตำ บอกได้เลยว่า คนขายรวยมาก

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 6:52 pm
โดย สุมาอี้
BerZerK เขียน:
ขายของกินข้าง ๆ ออฟฟิส ที่มีคนเดินเยอะ ๆ เดินเยอะ ๆ สิครับ โดยเฉพาะส้มตำ บอกได้เลยว่า คนขายรวยมาก
เรื่องที่คนขายเขาไม่ได้บอกก็คือว่าเขาต้องจ่ายค่าที่ให้กับคนกินหัวคิวเยอะมาก สุดท้ายแล้วเหลือกำไรนิดเดียว

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 02, 2005 11:53 am
โดย โค่วจื่อหลิง
ที่บ้านผมก็ขายส้มตำครับ ลงทุน1.5ล้านไม่รวมที่ดิน(เดิมยังไม่ได้พัฒนา) แบ่งกับหัวหน้าแม่ครัวคนละครึ่งก็ได้คนละประมาณ3หมื่น +ได้กินพวกส้มตำในราคาทุน
ผมว่าผลตอบแทนระดับนี้ก็ใช้ได้นะครับ ไม่ร้องลงแรงมากด้วย แค่หมั่นมาพูดคุยกับลูกค้า และสอบถามคุณภาพอาหารว่าสะอาดและอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 02, 2005 11:55 am
โดย โค่วจื่อหลิง
ที่บ้านผมก็ขายส้มตำครับ ลงทุน1.5ล้านไม่รวมที่ดิน(เดิมยังไม่ได้พัฒนา) แบ่งกับหัวหน้าแม่ครัวคนละครึ่งก็ได้คนละประมาณ3หมื่น +ได้กินพวกส้มตำในราคาทุน
ผมว่าผลตอบแทนระดับนี้ก็ใช้ได้นะครับ ไม่ร้องลงแรงมากด้วย แค่หมั่นมาพูดคุยกับลูกค้า และสอบถามคุณภาพอาหารว่าสะอาดและอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่

อิสระภาพทางการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 04, 2005 8:37 pm
โดย Tao Investor
ถ้าเราอยู่กับคนที่ตึงเกินไป เราควรทำไงครับ ท่านเต๋า

ตึงได้ไม่นาน คนหย่อนก็ เช่น กัน



อาจบางที รักและเป็นห่วง ใครซักคนมากเกินไป

มากจนเป็นทุกข์

ปล่อยเขา?

ย่อมไม่ใช่?


คอยประคอง ครับ เวลาเขาเซ

เพราะคนทั้งสองประเภท เวลาเซ จะ เซ แรง มาก

จนเหมือนเป็นคนล่ะคน ซึ่ง มันขัดกับธรรมชาติของเขา

และขัดกับ ธรรมชาติ

ถ้ารักและเป็นห่วง คงต้องปล่อยให้เขารู้เอง

คอยประคอง ครับ เวลาเขาเซมากเกินไป
:|