หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 09, 2003 9:16 pm
โดย panic
และแล้วชีวิตของคุณและของผมคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
...ชีวิตของประชากรไทยต้องจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แบบที่ใครๆ คงเดากันยาก เพราะดีลใหญ่ขนาดนี้ไม่เคยเกิด
ไทย-จีน เริ่มกันแล้วตั้งแต่ต้นตุลาคมนี้
ไทย-อินเดีย จะเริ่มมีนาคมปีหน้า..
คงพอจำช่วงเปิดเสรีการเงินได้ใช่ไหมครับ
ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แน่ใจหรือว่าเรารับมือกับมันไหว
แน่ใจหรือว่าเราปรับตัวกับมันได้ทัน
เงินบาทกำลังแข็งค่า บวกกับค้าเสรีกับจีน ของจีนราคาถูกกว่าที่เคย
จะทะลักเข้ามาสู่ตลาดไทยหรือเปล่า
และแน่นอนมันกระทบต่อบริษัทในตลาด ที่ทุกท่านถือหุ้นอยู่
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 09, 2003 9:19 pm
โดย Jeng
เห็นด้วย แต่อย่าไป panic มากนัก ควรวิเคราะห์บริษัทที่เราถือหุ้นอยู่
มีแบรนเนมหรือไม่ เป็น durable competitive advantage หรือไม่
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 09, 2003 9:30 pm
โดย sodafire
ทุกอย่างมีได้ก็ต้องมีเสีย แน่นอน ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
แต่งานใครล่ะที่ได้ แล้วใครล่ะที่เป็นฝ่ายเสีย
เศรษฐีอินเดียมีประมาณ 50 ล้านคน
มากพอๆกับประชากรไทยเกือบทั้งประเทศ
จีนมีเกือบ 400 ล้านคน โอ..มีเศรษฐีให้ขายของให้ตั้ง 450 ล้านคน
แถมพกมาด้วยประชากรอีกสองพันกว่าล้านคน..
น่าขายของด้วยใช่ไหมล่ะครับ แต่..ช้าก่อน
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 09, 2003 9:40 pm
โดย sodafire
สิ่งที่แถมมากับเศรษฐี 450 ล้านคน
มันมาพร้อมกับสินค้ามหาศาล ที่ผลิตจากกองทัพแรงงานราคาถูก ( มาก )
มอเตอร์ไซค์คันละแค่หมื่นเดียว
เครื่องไฟฟ้า เสื้อผ้า ของอื่นๆจิปาถะที่มากับราคาถูก ถึงถูกจนน่าเกลียด
แน่นอน สินค้าเหล่านั้น ย่อมกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตในประเทศ
กระทบโดยตรงต่อบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
และแน่นอน ต่อหุ้นที่ทุกท่านถืออยู่
ในอนาคตอันใกล้ ..การวิเคราะห์หุ้นของเรา
อาจจะต้องศึกษาสินค้าจากโรงงานในจีนและอินเดีย
เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการอยู่รอดของบริษัทที่เราจะซื้อ
...ก็อาจเป็นได้นะครับ
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 10, 2003 11:46 am
โดย ake(taladhoon)
มองด้านเดียวครับ ระบบเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลก เค้าจะมองที่ภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อน
แต่ผมว่าพวกคุณดูถูกภาคเอกชนเราไปนะครับ ในมุมมองของพวกคุณ ยังไม่ทันเริ่มทำอะไรก็แย้งซะแล้ว ผมละงง จริงๆ คุณก็เชื่อแต่ว่าเราเปิดเสรีทางการเงินแล้วเจ๊ง คุณว่าใช่เหรอครับจริงๆแล้วเพราะเปิดเสรีทางการเงิน
ที่ผมมองคือเค้าเปิดเสรีทางการเงินแต่ไม่เสรีจริง ดันมาใช่ค่าเงินแบบคงที่ ทำให้อัตราดอกเบี้ยของเราสูงกว่าต่างประเทศอย่างมากประมาณ เท่าตัว คุณมองจีนใช้ค่าเงินหยวนแบบคงที่ แต่การเงินในประเทศยังควบคุมอย่างเข้มงวดอยู่
การเปิดเสรีทางการเงินของเราจริงๆแล้วต้องให้ค่าเงินลอยตัวไปด้วย
เพราะในโลกทางการเงินนี่ไม่มีรัฐบาลไหนที่มีเงินมากพอ เค้าบอกว่ามีเงินประมาณ 2 ล้านล้านดอลล่าร์หมุนเวียนอยู่ทั่วโลก ไม่มีรัฐบาลไหนสู้ได้หรอกครับ
เอกชนของเราจะเป็นผู้ปรับตัวครับ ผมเชื่อว่าคนเรา หนึ่งสมอง สองมือ สองเท้าเท่ากันทำไมเราจะสู้คนอื่นไม่ได้ เราหาจุดเด่นของเราแล้วเอาจุดนั้นมาสู้ จีนอินเดียมีต้นทุนแรงงานถูก ทำไมมองแต่ต้นทุนค่าแรงครับ พวกคุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิคเหรอครับ
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 14, 2003 9:39 pm
โดย panic
งั้นรบกวนคุณ ake บอกหน่อยสิครับว่าไทยได้เปรียบจีนด้านไหนครับ
แล้วที่ได้น่ะ มันได้คุ้มเสียรึเปล่า
ตอนนี้จีนเริ่มกระจายการผลิตไปยังสินค้าตั้งแต่ไฮเอนด์
จนถึงสินค้าใช้แรงงานราคาถูกสุดๆ
เป็นแหล่งผลิตตั้งแต่ชิปของอินเทล pcb ยันรถเบนซ์
มีการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงของตัวเองด้วย
ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมก็คือเค้ามีมือถือของตัวเอง
ซึ่งโนวฮาว เทคโนโลยี สำหรับธุรกิจไฮเทค..เราไม่มี
จีนมีขีดความสามารถที่พัฒนาไปได้ไกลถึงออกไปอวกาศแล้ว
ซึ่งมีไม่กี่ประเทศในโลกนี้ที่ทำได้
เราจะเอาสินค้าอะไรไปต่อกรกับเค้าล่ะครับ เกษตรเหรอครับ
ลองไปศึกษาเรื่องการผลิตข้าวในจีนดูนะครับว่าล่าสุดเค้าไปถึงไหนแล้ว
เรากำลังค้าขายแบบเสรีกับประเทศที่แม้แต่อเมริกายังปวดหัว
จีนวันนี้คือประเทศที่มีพร้อมทั้งด้านแรงงาน เงิน และเทคโนโลยี
จีนวันนี้ไม่ใช่แค่แหล่งผลิตสินค้าราคาถูกอีกต่อไปแล้ว
แน่นอนครับ เรามีสินค้าที่จะขายให้เค้าได้อยู่แล้ว
แต่มันต้องแลกด้วยอะไร งานนี้ต้องดูกันยาวครับ
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 14, 2003 10:42 pm
โดย ake(taladhoon)
ผมขอถามคุณ panic นะครับคุณ ว่าคุณทักษิณ(ขอยกตัวอย่างท่านผุ้นำนะครับ) จะเลือกที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีหรือไม่ดีครับ
ผมมองว่าทรัพยสินของท่านนายกก็อยู่ในประเทศเรา ยังไงท่านก็ต้องทำให้เศรษฐกิจประเทศเราดีอยู่แล้วเพราะนั้นหมายถึงมูลค่าทรัพย์สินของท่านก็จะเพิ่มตามมา
คุณมามองที่ปริมาณข้าว ข้าวที่เราใช้แค่บริโภคก็มีหลายอย่างแล้วนะครับ คุณไปดูเลยถ้าเป็นข้าวหอมมะลินี่เราผลิตมาแค่ไหนไม่มีเหลือหรอกครับ
คุณรู้มั้ยว่าข้าวหอมมะลิมันไม่ได้อยู่ที่สายพันธุ์อย่างเดียว มันต้องรวมปัจจัยดินฟ้าอากาศสภาพแวดล้อมแล้วก็ดิน ไม่ง้านเราก็ปลูกข้าวหอมมะลิกันหมดแล้วสิครับแต่จริงๆ เราปลูกได้บางพื้นที่เท่านั้น
ปลูกปริมาณข้าวผมไม่เห็นจะน่ากลัวหรอกครับ มันข้าวพันธุ์อะไร แล้วปลูกให้คนกินหรือไม่
ปริมาณข้าวของเมืองไทยที่ผลิตได้นะประมาณ 25 ล้านตันข้าวเปลือก เราส่งออกประมาณ 6 ล้านตันข้าวเปลือก ปริมาณรวมกันทั้งโลกประมาณ 500 ล้านตันข้าวเปลือกนะครับ
สินค้าเกษตรที่จีนผลิตได้ ถ้าเป็นผลไม้ก็คนละอย่างกันเลยครับ เรามีจุดเด่นในสภาพอากาศของเรา มังคุด ทุเรียน ลำไย สินค้ายางพารา จีนก็ต้องการอย่างมาก
มันสำปะหลังผมก็รู้มาว่าของเมืองไทยนี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกเลยนะครับ พวกเกษตรยุโรปต้องการอย่างมาก เพียงแต่ว่าเราจะค้าขายกับเค้าอย่างซื่อสัตย์ไม่ผสมพวกดินทรายลงไปมาก
ตอนนี้ทุกคนผมว่าก็ต้องร่วมมือกัน ร่วมกันวิจัยพัฒนาเพราะหากเราไม่มีความรู้ต่อให้เราได้เปรียบขนาดไหนด้านทรัพยากร ก็ไม่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้
จีนผลิตผลไม้ได้แต่ผลไม้เมืองหนาวนะครับ
คุณมาคิดอย่างนี้ผมว่ามันเป็นข้ออ้างมากกว่า คุณดูสิงคโปร์ ญี่ปุ่นสิครับ ประเทศเค้ามีทรัพยากรอะไรมั่งละครับเปล่าเลยไม่มี เพียงแต่ประเทศเค้ามีคนมีความสามารถเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ เค้าก็ไม่เคยโทษเลยว่าประเทศเค้าไม่มีทรัพยากร ทำให้เค้าต้องงอมืองอเท้านั่งสิ้นหวัง
ผมขอเปรียบเทียบประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้วกันครับ
เค้าเป็นจ้าวเทคโนโลยี่อะไรเหรอครับ ไม่มีเลยนะครับ
ที่เห็นก็มีแต่ นาฬิกา เหล้า ธุรกรรมการเงิน แต่คนของเค้ามีรายได้เฉลี่ยอยู่ในอันดับต้นๆของโลก
ธุรกิจที่เราถนัดที่เห็นก็มี การบริการการท่องเที่ยว เกษตร(ถ้าหากเราเริ่มมีการศึกษาต่อยอดขององค์ความรู้ผมคิดว่าเรายังไม่อยู่ในช่วงที่ล้าหลัง สามารถสู้ต่างประเทศได้ ความคิดเห็นผมว่าการเกษตรของเราสามารถที่จะสามารถแข่งขันได้ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตไม่รู้)
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 15, 2003 5:28 pm
โดย stockms
ไม่ควร panic อย่างยิ่งครับ เท่าที่ทราบการเปิดเสรีเป็นไปอย่างนุ่มนวลครับในช่วงแรกมูลค่าการค้าที่เปิดเสรีต่ำกว่า 10% ของมูลค่าการค้ารวมครับ เราจะมีเวลาปรับตัวและแก้ตัวได้ครับถ้ามันไม่ดี ที่สำคัญพวกเราต้องชาตินิยมมากขึ้นครับซื้อของไทย ใช้ของไทย แพงกว่าบ้างคุณภาพด้อยกว่าบ้างนิดหน่อยก็ควรอุดหนุนคนไทยด้วยกัน (แต่ผมเชื่อว่าพวกสินค้าเกษตรบ้านเราสู้ได้ในแง่คุณภาพ) เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ไหลกลับเข้าไปพัฒนาสินค้าไทย และเกิดการแข่งขันกันผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพต่อไป แล้วสักวันคนไทยคงผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองได้จะได้ไม่ต้องขายของให้ต่างชาติเรื่อยไป
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 16, 2003 7:25 am
โดย FITCH
มุมมองของเจ้าของกระทู้ก็ดีนะครับแต่ไม่ควรตระหนกจนเกินไปเพราะคนไทยก็มีอะไรดีๆตั้งหลายอย่าง พวกเราไม่ใช่นั่งงอมืองอเท้าแล้วไม่ใช่ไม่ต่อสู้ไม่ใช่เหรอครับ การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดีทำให้พวกเราแข็งแรงขึ้นแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว ไม่ต้องกลัวถ้าตราบใดคนไทยด้วยกันเองยังมีใจต่อสู้และขยัน
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 16, 2003 9:51 pm
โดย No Name
เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วผู้รู้ท่านหนึ่งซึ่งเก่งมาก ได้แนะนำและเตือนผมในเรื่องนี้ โดยให้ระมัดระวัง เพราะอนาคตการคาดการณ์จะยากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ผมได้ระมัดระวังมากในการลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวมาตลอด
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่เตือนอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่าน ที่จะกลับไปศึกษาหาข้อมูลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภทรวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดกับบริษัทที่ลงทุน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 17, 2003 2:01 pm
โดย บุคคลทั่วไป
ไม่ขอเข้าข้างฝ่ายใดครับแต่ขอสนับสนุนแนวความคิดเรื่องการวิจัยและพัฒนาครับ เนื่องด้วยเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ทำให้มองเห็นภาพครับว่าการวิจัยในประเทศเรานั้นมีน้อยๆๆๆๆๆ กว่าประเทศที่เค้าพัฒนาแล้วมาก ห่างกันมากครับ ในประเทศที่เค้าพัฒนาแล้ว เค้ามีการลงทุนเรื่องงานวิจัยมากครับ เพราะเค้าเห็นว่าการวิจัยและการพัฒนา จะช่วยให้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เค้าวางขาย มีการพัฒนาให้ทัดเทียมและต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างมากครับ ส่วนประเทศเรานั่งรอครับ นั่งรอให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยอย่างพวกผม วิจัยและพัฒนาขึ้นมาก่อน ไม่มีการลงทุนให้แต่อย่างใดครับ ประมาณว่าคิดแต่จะเอาฝ่ายเดียว ไม่เกิดการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ประเทศก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่นักวิจัยของเราไม่ได้ด้อยไปกว่าชาวต่างชาติเลย อาจจะเก่งกว่าด้วย
แต่ตอนนี้ทาง สวทช ก็เริ่มพัฒนาโครงการให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้วครับตอนนี้ที่เห็นๆ ที่มหาลัยของผมก็มีของ CPF หละครับที่มีการสนับสนุนการวิจัยเรื่องกุ้งให้กับศูนย์วิจัยที่มหาลัย ก็หวังว่าในอนาคต บริษัทอื่นๆ จะเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาบ้าง .... เพื่อที่ผมจะได้มีแรงกระตุ้นในการเรียนต่อทางด้านนี้ครับ :lol: :lol: :lol:
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 17, 2003 2:03 pm
โดย someOne
ขอแสดงความเป็นเจ้าของทางความคิดกับกระทู้ข้างบนหน่อยครับ
ทำไม login แล้วมันเด้งออกมาก็ไม่รู้...
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 17, 2003 2:26 pm
โดย ลูกอิสาน
เห็นด้วยกับคุณ stockms และ คุณ someone มากๆๆๆๆๆครับ....
ผมติดตามข่าวสารมีหลายสิบปี เรียนรู้มานาน ไปอยู่ก็หลายที่ ทั้งประเทศด้อยพัฒนา -พัฒนา แล้ว ...
วิเคราะห์ออกมาได้ 2 อย่าง คือ ถ้าประเทศไทยต้องการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว (ด้อยพัฒนา กะพัฒนาแล้ว มันแตกต่างกันมากจริงๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่..ขอบอก)
1.ต้องทำให้คนไทย ภูมิใจในความเป็นชาติ ภูมิใจในเชื้อชาติ เมื่อนั้นสินค้าที่เป็นของคนไทยจะขายได้ เมื่อนั้น ปตท คงจะเ็ป็นเหมือน shell, ameco etc. สหพัฒคงเป็น ีunilever หรือ p&g หลายท่านในบอร์ดนี้คงได้เป็นนายฝรั่ง-ญี่ปุ่น กันหลายคน...ผมทำอยู่ แต่หากอีก 60 ล้านคน ยังเห็นว่าทุกอย่างที่ฝรั่งทำเป็นอารยะ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก...
2.งบ R&D เข้าใจว่า 0.1 ของ GDP แต่ประเทศอื่นๆ 1-4 % ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ไทยอยู่บ๊วย จากการสำรวจปีที่แล้ว...ผมก็อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ครับ แต่จะทำอย่างไรได้ครับ ในเืมื่อผู้นำของเราเรียน กฎหมาย-ธุรกิจ เค้าจะมองภาพไม่ออกครับ...จริงๆ แล้วความตั้งใจของผม หากร่ำรวยจากตลาดหุ้น คงตั้งเป็นกองทุนให้ สสกว หรือหน่วยงานวิจัยอื่นๆ
ครับ เอาดอกผลมาเป็นใช้วิจัยครับ.....
ทั้ง 2 เรื่องผมคิดว่าเป็นจุดผกผันของประเทศเลยครับ ดูประวัติศาสตร์เราจะทราบครับ ญี่ปุ่น-เกาหลี เจริญได้เพราะชาตินิยม แต่อเมริกาและตะวันตก เจริญได้เพราะวิทยาศาสตร์ครับ...
คุยเรื่องเครียดหน่อยนะครับ หวังว่าคงไม่ว่ากัน... :lol:
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: เสาร์ ต.ค. 18, 2003 8:11 am
โดย purin
แต่หุ้นบางตัวก็ได้รับผลดีในแง่การขยายตัวของการค้าระหว่างภูมิภาค
ค้าเสรีไทย-จีน เริ่มแล้วตามด้วย ไทย-อินเดีย
โพสต์แล้ว: เสาร์ ต.ค. 18, 2003 10:47 am
โดย Jeng
โค้ด: เลือกทั้งหมด
ญี่ปุ่น-เกาหลี เจริญได้เพราะชาตินิยม แต่อเมริกาและตะวันตก เจริญได้เพราะวิทยาศาสตร์ครับ...
อืม ผมขอเดาว่า ไทยก็เจริญนะครับ คือเจริญทางด้านจิตใจ
ผมยังคงรู้สึกว่าเมืองไทย มีน้ำใจคนไทย หลงเหลืออยู่
รอยยิ้มแบบไทยๆ น้ำใจคนไทย
ในต่างประเทศ ไม่ทราบว่าเป็นแบบคนไทยหรือเปล่า
ใครอยู่ต่างจังหวัดน่าจะรู้ดีว่า คนไทยนิสัยดี อย่างไร
เราคนไทย เจริญแล้วครับ ถ้าไม่ได้มองที่ด้านวัตถุแต่เพียงอย่างเดียว เราน่าจะขายจุดยืนนี้ให้มากๆครับ