หน้า 1 จากทั้งหมด 4

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 03, 2009 1:51 pm
โดย david
คปภ. ชงคลังหั่นภาษี อุ้มธุรกิจประกันชีวิตเพิ่มทั้งกรมธรรม์ ลงทุน-บำนาญ จนถึงอุบัติเหตุ หวังกระตุ้น ยอดขาย
สาระ ล่ำซำ
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.อยู่ระหว่างหารือกับกรมสรรพากร เพื่อเปิดให้นำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรมธรรม์ร่วมลงทุน เช่น ยูนิต ลิงค์ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ที่เปิดโอกาสให้นำเงิน ที่ทำประกันไปลงทุน อาทิ พันธบัตร โดย ปีแรกหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ปีที่ 2 จำนวนไม่เกิน 2 แสนบาท ปีที่ 3 จำนวนไม่เกิน 5 แสนบาท

ปัจจุบันคนซื้อกรมธรรม์เพื่อการลงทุนจะไม่ได้รับการลดหย่อนภาษี เนื่องจาก กรมสรรพากรมองว่าไม่ใช่กรมธรรม์เพื่อ คุ้มครองชีวิตตามหลักประกันภัย

นางจันทรา กล่าวว่า คปภ. ยังขอให้มีการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์บำนาญของผู้เกษียณอายุ และทำประกันชีวิต จากไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นไม่เกิน 2 แสนบาท และจะเปิดกว้างถึงประกันสุขภาพ จะลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า กระทรวงการคลังรับปากจะสนับสนุนให้การพิจารณาเรื่องภาษีประกันมีความต่อ เนื่อง โดยสมาคมได้ เสนอขอลดหย่อนภาษีอนุสัญญาประกันภัย คือ ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) อีก 5 หมื่นบาท หากกระทรวงการคลังอนุมัติจะทำให้สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนภาษี ได้รวม 2.5 แสนบาทต่อปี ซึ่งเรื่องนี้จะต้องผลักดันร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน

“กลุ่มคนเหล่านี้ได้สิทธิการรักษาสุขภาพพื้นฐานของภาครัฐทุกอย่าง แต่ เมื่อดูแลตัวเองได้ ก็จะไม่ไปใช้สิทธิของรัฐ รัฐก็จะมีเงินเหลือไปดูคนที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ได้ดีขึ้น” นายสาระ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังรับปากจะพิจารณาเรื่องการหาพันธบัตรที่มีอายุ และผลตอบแทนที่สอดคล้องกับเบี้ยประกันชีวิตซึ่งเป็นเงินออมระยะยาว เนื่องจากปัจจุบันพันธบัตรที่มีระยะยาวมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับเงินออมของประกันทั้งระบบที่มี 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปพัฒนาลงทุนในโครงการภาครัฐได้อีกมาก รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ของประกันอย่างกว้างขวาง

นายสาระ กล่าวว่า ปีนี้เบี้ยประกันในส่วนของประกันชีวิตและประกันวินาศภัยคงเติบโตไม่มากนัก และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของจีดีพี ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่ายอดผู้ซื้อประกันจะฟื้นตัว และต้องมีมาตรการทางภาษีออกมากระตุ้น ถึงจะทำให้ยอดรวมไปถึงเป้าหมาย

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันประชาชนมีความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ของประกันมาก ขึ้น สะท้อนจากจำนวนตัวเลขผู้ถือครองกรมธรรม์ทั้งระบบในช่วง 5 ปีที่แล้วอยู่ที่ 12-13% แต่ในปีที่ผ่านมาตัวเลขวิ่งมาอยู่ที่ 25%

สำหรับงานสัปดาห์ประกันภัยวันที่ 2-6 ก.ย.นี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 1 แสนคน เบี้ยประกันรับ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินความคุ้มครองทั้งสิ้น 5 หมื่นล้านบาท

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกธุรกิจประกันชีวิตเติบโต 16% เบี้ยรับรวม 1.19 แสนล้านบาท ธุรกิจประกันวินาศภัย 5.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และปัจจุบันเบี้ยรับรวมของทั้งสองธุรกิจคิดเป็น 3.5% ของจีดีพี โดยมีแผนจะสนับสนุนให้สัดส่วน เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้นเป็น 5%

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องการส่งเสริมให้บริษัทประกันออกกรมธรรม์บำนาญมากขึ้น เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรวัยเกษียณอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งจะมีอัตราการเพิ่มมากกว่า 20% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 03, 2009 4:53 pm
โดย Tlk
So work เลยครับ คุณสาระ ลำ่ซำ !!!

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 9:52 am
โดย david
SCNYL's PE09 is less than 11(not discount the news yet,if it is really implemented,its PE n PEG will b less)  ,so damn cheap(if u compare to the same growth companies).

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 3:24 pm
โดย david
I think Thailand's assurance industry is one of the best prosperous sectors.Thai people who hold life insurance policies r still under number,there r a large room 2 increase.Thailand's finance minister also has an intention to promote this business.Pls read the news I posted.The best ever company like SCNYL(CHECK ITS 3 YEARS OF FINANCIAL STATEMENTS,U WILL KNOW.) is traded @ less than 11 time of PE09.VERY NONSENSE INDEED!!!

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 6:20 pm
โดย อะไรดีละ
เป็นความผิดพลาดมากๆ  หากรมว.คลังจะลดภาษีให้กับเรื่องนี้

พวกท่านเป็นผู้ฉลาดด้านการเงินมากๆ  ทั้ง ผู้บริหารบ.ประกันชีวิต และ รมว.คลัง  
แต่เหตุใดพวกท่าน  จึงได้มองข้าม  ความรู้ระดับเด็กประถมไปได้
"ไม่มีของฟรีในโลก"  หากคิดจะออมมากขึ้นเพื่ออนาคต  ก็หมายถึง  เหลือเงินซื้อขนมได้น้อยลง ณ ปัจจุบัน

เรื่องแบบนี้  ถ้าสนับสนุนการออมแบบนี้  หมายถึง  เงินใช้จ่าย ณ ปัจจุบันจะลดลงไปอีก  ศก.จะแย่ต่อเนื่อง  แถมรัฐบาลขาดดุลงบประมาณเพิ่มอีก
อยากเห็นภาพแบบนั้นกันหรือครับ ??
:roll:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 7:33 pm
โดย miracle
บริษัทประกันชีวิต จะออกกรมธรรม์อะไร เขาคำนวณก่อนแล้วว่า
อัตราผลตอบแทนในการลงทุนเท่าไร คิดค่าบริหารเท่าไร
ตัวแทน/นายหน้าได้ค่าบำเหน็จเท่าไร คิดออกมาเสร็จสรรพ
หลังจากนั้นก็ออกขายให้แก่ประชาชนทั่วไป

การคำนวณผลตอบแทนนั้น คำนวณจาก อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (เพราะว่าบริษัทสามารถลงทุนพันธบัตรรัฐบาลได้ไม่จำกัด) รองลงมาเป็นหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจต่างๆ หุ้นกู้เอกชนที่มีการจัดอันดับเรตติ้งต่างๆ ลงทุนในตราสารแห่งทุน (มีข้อจำกัด) ลงทุนในอนุพันธ์ (ลงได้แต่ต้องผ่าน คปภ)

ถ้าหากเรามองในอีกแง่หนึ่ง พันธบัตรรัฐบาลลูกค้าใหญ่ๆ คือ บริัษัทประกันชีวิตนั้นเองล่ะ

มันเป็นการดีซักอีกที่สนับสนุนการออม เพราะ บ้างคนออมไม่เป็นก็ออมผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ กรมธรรม์ประเภทนี้กินส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า70% นอกนั้นเป็นกรมธรรม์ประเภทอื่นๆ
:)
:)

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 8:11 pm
โดย อะไรดีละ
นี่ละครับ...คือจุดอ่อนที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนอย่างพวกเรา
หลายคนก็ยังมองข้ามไป

ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนเงินออม  แต่ออมมากเกินไปด้วยซ้ำ
ก่อนหน้าเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งนั้น...เห็นได้ชัดว่า เราขาดเงินออม เพราะ ไทยลงทุนมากกว่าการออมมาก...ทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง  
แต่ตอนนี้  สถานการณ์ตรงกันข้าม   เราออมมากกว่า การลงทุน  หลายขุมราวๆ 8% GDP ได้  
ดังนั้น  สิงที่ต้องทำก็คือ  ลดเงินออมลง  ครับ  
นึกดูสิว่า  ตอนนี้แต่ละคน มีเงินในกองทุนบำนาญ  เป็นกี่เท่า ของตอนก่อนวิกฤติต้มยำกุ้ง  
ผมคิดว่า  กองทุนบำนาญ  มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า 10 เท่าตัวครับ  เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน  ดังนั้น  ผมไม่เห็นด้วยเลยกับการส่งเสริมการออม  ด้วยให้สิทธิทางภาษีเพิ่มขึ้นเช่นนี้

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 8:51 pm
โดย naris
ผมว่าออมมากก็ดีกว่าออมน้อยนะ และโดยนโยบาคงจะมากลับรายเดือนไม่ได้ว่า เดือนนี้ให้ออม พอมาปีหน้าบอกว่าเลิกออม ผมจึงสนับสนุนการออมครับ เพียงแต่จะเน้นให้ออมไปทางไหนเท่านั้นเอง ผมว่าการออมจากการลงทุนขอ
งบ้านเราน้อยกว่าประเทศที่เจริญแล้วพอสมควรครับ สนันสนุนให้บ.ที่ดีๆไม่อยู่ในตลาด เอามาเข้าตลาดยกเว้นภาษีให้เลยสามปี ผมว่าเงินออมของหลายๆคนคงมาอยู่ในตลาดมากขึ้น และส่งเสริมนักลงทุนให้มาออมทางตลาดหลายๆด้าน โดยผ่านประกันชีวิตก็ได้ เพราะได้สองต่อจาก ยุคเบบี้บูมจะมากขึ้นกับบ.ประกันได้ขายกรมธรรม์แบบใหม่.....เข้าทางเชียร์หุ้นscnyl :lol:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 9:06 pm
โดย อะไรดีละ
ออมมาก...ไม่ใช่ว่าดีครับ
การสุดโต่ง  ทางใดทางหนึ่งจะทำให้ ศก.มีปัญหาครับ

ตอนนี้ไทยมีปัญหา การออมที่มากเกิน  นั่นหมายถึง  การใช้จ่าย และ ลงทุนที่ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น   เลยทำให้ศก.ฟื้นช้า  เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ ก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง  ซึ่งมีปัญหา over investment  

ดังนั้น ณ จุดนี้  รัฐบาลต้องพยายามให้คนมาใช้เงินกันครับ  ไม่ใช่สนับสนุนการออม.... นี่คือจุดบอดที่แม้แต่คุณ naris ก็พลาดใช่ไหมครับ

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 9:51 pm
โดย noooon010
ลงชื่อผู้ร่วมอ่านกระทู้ครับ  :D

ข้าน้อยด้อยปัญญาเรื่องนี้ และขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกๆท่านนะครับ
อ่านแล้วได้แง่คิดหลายข้อมากๆเลยครับ  :D

คุณ อะไรดีละ ยกประเด็นหลายๆอย่างที่น่าสนใจนะครับ ขอบคุณนะครับผม

ปล.ผมอ่อนด้านนี้จริงๆครับ  :oops:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 10:14 pm
โดย i_sarut
http://www.sarut-homesite.net/%e0%b8%aa ... %e0%b8%82/

สถานะการออมของไทยเข้าขั้นวิกฤติ แนะรัฐบังคับออมเงินด่วน หวั่นเป็นปัญหาในอนาคต

Posted on Tuesday, January 20, 2009

ผศ.ดร.วรเวศน์ สุวรรณระดา อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ทาง Money Channel ว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ศึกษาเรื่องการออมของคนไทยที่มีงานทำ พบว่า 50% ของผู้ที่มีงานทำ ยังไม่ได้คำนึงถึงการวางแผนการดำเนินชีวิตและการใช้เงินในอนาคต เนื่องจากบางคนมีรายได้น้อย บางคนมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ และมีบางส่วนที่มีรายได้สูง แต่ก็ใช้จ่ายมาก ทำให้ไม่เหลือเงินออม

ผศ.ดร.วรเวศน์เผยว่า การที่คนไทยจำนวนมากยังไม่เริ่มออมเงินเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่บัดนี้ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 71 ปี โดยผู้ชายมีอายุเฉลี่ย 69 ปี และผู้หญิงเฉลี่ย 75 ปี นอกจากนี้แต่ละครอบครัวก็มีบุตรน้อยลง ทำให้ลูกหลานที่จะดูแลในยามชราก็ลดลงตามไปด้วย

สำหรับกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ขณะนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า จะดำเนินการอย่างไร จะบังคับให้สมาชิกกองทุนประกันสังคมและข้าราชการ ซึ่งมีประมาณ 10 ล้านคน ออมเพิ่มขึ้น หรือให้แรงงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านคน มีโอกาสได้ออมเงิน โดยส่วนตัวอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้มีหลักประกันในอนาคตด้วย

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย บอกว่า ขณะนี้การออมเพื่อวัยเกษียณของไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤติแล้ว โดยมีเงินออมเพื่อวัยชราอยู่ที่ 864,340 ล้านบาท จากผู้ออมทั้งหมด 10.5 ล้านคน ทำให้เฉลี่ยแล้วจะมีเงินออมคนละประมาณ 8 หมื่นบาทเท่านั้น ดังนั้น คนไทยทุกคนควรจะคำนึงถึงการออมเพื่อวัยเกษียณได้แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความลำบากในอนาคต

นางวิวรรณแนะว่า คนไทยทุกคนควรจะตั้งเป้าหมายการใช้เงินออมหลังเกษียณ เพื่อที่จะออมเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และควรเริ่มออมเงินตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน เนื่องจากเงินที่ลูกจ้างจะได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนประกันสังคมในยามเกษียณมีจำนวนค่อนข้างน้อย โดยแนะนำให้ออมเงินอย่างน้อย 10% ของเงินเดือน เมื่อมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น ก็ค่อยเพิ่มสัดส่วนการออมให้สูงขึ้น เพราะผู้ที่เริ่มออมเงินได้เร็ว ก็จะมีเงินหลังเกษียณสูงกว่าผู้ที่ออมเงินช้า เช่น ถ้าเริ่มทำงานช่วงอายุ 25 ปี ออมเงินเดือนละ 1 หมื่นบาท อัตราผลตอบแทน 4% เมื่อเกษียณอายุ จะมีเงินออม 9 ล้านบาท แต่ถ้าเริ่มออมเงินในช่วงอายุ 35 ปี ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เมื่อเกษียณแล้วจะมีเงินออมเพียง 5.08 ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับผู้ที่มีรายได้ใกล้เคียงกับรายจ่าย ก็ควรที่จะหารายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อที่จะได้มีเงินออมไว้ใช้ในอนาคตด้วย

นางวิวรรณยอมรับว่า ปัญหาของคนไทยคือ ถ้าไม่มีการบังคับ ก็จะไม่ออมเงิน ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐบังคับให้คนไทยออมเงิน หลังจากนั้นค่อยทำการส่งเสริมการออมในภายหลัง

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า ปัจจุบันคนไทยยังออมเงินไม่มากพอ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ เนื่องจากขณะนี้ไทยมีประชากรวัยทำงานลดลง แต่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้กองทุนประกันสังคมมีรายรับลดลงและมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะเคยทำการศึกษา พบว่า เงินกองทุนประกันสังคมของไทยจะหมดลงภายใน 30 40 ปีข้างหน้า

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 10:19 pm
โดย อะไรดีละ
บทความที่บอกว่า  คนไทยออมไม่พอ...นั่นแหละปัญหา
เพราะที่จริงแล้ว  "ออมมากเกินไป" ต่างหาก  ดูได้จาก ดุลบัญชีเดินสะพัดครับ  เป็นบวกแบบเหลือเชื่อ  สูงถึง 2 หมื่นล้านเหรียญ สรอ.
หรือราว 7 แสนล้านบาท  8% GDP  
นี่คือ การออมสุทธิของประเทศ  ครับ

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 10:58 pm
โดย อะไรดีละ
คนกลุ่มนี้รายได้สูงมาก รวยมากและ ไม่เข้าใจความเป็นอยู่ของชนชั้นกลาง และ รากหญ้าครับ

"บังคับออม" ทำได้ครับ  ประกันสังคมไง... สำรองเลี้ยงชีพไง
แต่ทุกอย่างมีต้นทุน... ไม่มีของฟรี...
สำหรับผู้ประกันตนที่ต้องกินต้องใช้  ต้องผ่อนบ้าน  ผ่อนรถ หรือ มอเตอร์ไซค์  เงินเหลือแทบไม่มี   เมื่อบังคับออม  นั่นก็คือ ผลักดันทางอ้อมให้เขาไปกู้เงินมาออมนั่นเอง  สินเชื่อบัตรเครดิต  สินเชื่อบุคคล  นอกระบบ  จึงสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวของยอดเงินกองทุนประกันสังคม
ด้านหนึ่งได้ผลตอบแทนการออมที่ต่ำกว่า 5% ต่อปี
อีกด้าน  จ่าย ดบ.ที่ 28%  ยิ่งเวลาผ่านไป  มีแต่จนลงๆ ทุกวันครับ  
แล้วอย่างนี้บอกว่าทำเพื่อผู้ประกันตน... :roll:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 11:29 pm
โดย Windy
น่าคิดนะ  :roll:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 11:57 pm
โดย i_sarut
[quote="อะไรดีละ"]บทความที่บอกว่า

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:00 am
โดย miracle
ผมขอยก CASE จากในอดีตมาบอกเรื่องการออมมันไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีและต่อต้านการเติบโตของ GDP

เช่น ตอนต้มยำกุ้งของไทย การออมเงินของไทยอยู่ในอัตราสูงมาก
เมื่อมีปัญหาคนก็ใช้เงินที่เก็บหอมรอมรินไว้มาใช้จ่าย เป็นการดีเสียอีกที่ เรายืนด้วยลำแข้งของตัวเองในเวลาที่รวดเร็วหลังจากที่กู IMF มา

หรือกรณีของญี่ปุ่นที่แม่บ้านเอาเงินจากสามีมาเก็บไว้ในที่ต่างๆของบ้าน
เพื่อใช้ในยามเดือดร้อนภายในบ้าน ซึ่งเงินเหล่านี้ มีพอๆกับ GDP ของประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่ได้เกิดผลงอกเงยมา

เนี่ยคือสิ่งที่เรียกว่าการออมของเขาและของเรา

ประกันชีวิตเป็นการออมอย่างหนึ่ง ถ้าหากใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินให้ถูกกับสภาพของคนที่ต้องการออม
คือคนนั้นรู้เรื่องการออมโดยวิธีอื่นหรือไม่ เช่น การคำนวณผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย จากกองทุนรวม จากหุ้น จากหุ้นกู้ จากพันธบัตรรัฐบาล(ตอนนี้นิยมขายออกมา) ลองไปกดคำนวณดูว่าอะไรที่ให้ผลตอบแทนมาที่สุด
แต่เขาก็ไม่ค่อยทำกันหรอก เพราะว่า มาเสียเวลาักับเรื่องพวกนี้
เขาหาว่าอะไรเหมาะสมกับเขามากที่สุด ในช่วงเวลานั้นๆ ต่างหาก
เช่น เรามีภาระทางบ้านที่ต้องดูแลคนทางบ้าน หากเราเป็นอะไรไป ทางบ้านเป็นอย่างไงเป็นต้น  แบบนี้ถึงได้มีการประกันชีิวิตเกิดขึ้นมาคุ้มครองและได้ผนวกการออมไว้ด้วย เป็นการออมทางอ้อม


:)

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:04 am
โดย simplelife
[quote="อะไรดีละ"]เรื่องแบบนี้

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:06 am
โดย อะไรดีละ
น่าสนใจดีครับ...สำหรับบทความ
เรื่องก็คือ  ผมไม่ได้พูดถึงการออมแบบ gross นะครับ  ซึ่งอยู่ในระดับสูงมากต่อ GDP ในอดีต  และตอนนี้ลดลง  แต่ขณะนั้น ปี 2540 ก็มีการลงทุนที่สูงมากกว่า การออม   นั่นคือ  การออมไม่พอ.. จึงขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงและต่อเนื่อง

แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างไป  เราได้ดุลบัญชีเดินสะพัดมากมาย  ซึ่งตัวนี้คือ I-S balance ครับ  คือ ค่าการออม  ลบด้วย  การลงทุนครับ  
เราออมมากเกินไปจริงๆ .... ปฏิเสธได้ยากครับ

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:11 am
โดย Alastor
เท่าไหร่ถึงจะมากเกินไปอ่ะครับ?

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:21 am
โดย simplelife
simplelife เขียน:ว่าทำไมไม่มีใครกลัวสภาพคล่องในระบบบ้านเราจะหดตัวบ้าง ลดภาษี แต่มาออกพันธบัตร
เขียนเร็วไปหน่อย จะพูดว่า ลดดอกเบี้ย

แล้วก็ขอเพิ่มอีกนิดหลังอ่านจนจบ ผมว่าอย่างน้อยตอนนี้เวลานี้เลย ที่เศรษฐกิจเรากำลังเริ่มฟื้นตัว มาตรการแบบนี้ยังไม่ควรจะออกมาครับ ผมเองอาจจะความรู้น้อย แต่ยังงงไม่หายตอนที่รัฐบาลออกพันธบัตรมาตั้งเยอะ หลังจากที่พยายามลดดอกเบี้ยอยู่ตั้งหลายเดือน

ถ้าห่วงเรื่องเงินออมกันจริงๆ มีใครคิดถึง RMF หรือ LTF กันไหมครับ เปรียบเทียบกับประกันชีวิต ทำไมมาตรการมันไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มนั้นด้วย อย่างนี้กลุ่มที่มีความมั่นคงสูงๆอยู่แล้ว (มีสินทรัพย์เยอะๆ) เพื่อที่จะให้ได้รับการลดหย่อนส่วนนี้ กลับไม่มีทางเลือก กลับไปต้องพึ่งกลุ่มประกันอีก

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:28 am
โดย miracle
ถ้าพูดว่า ศก ไม่ดี เอาสมการตั้งดูดีกว่าว่า เงินออมมันอยู่ในส่วนไหนของสมการ
GDP = C + I + G + (X-M)

การออมเป็นการลดตัวบริโภคหรือไม่ <---ไม่แน่ใจ แต่ถ้าใช้เกินตัวก็เป็นหนี้
จึงต้องมีการออมไว้

การออมเกี่ยวกับการลงทุน หรือไม่ <-----เกี่ยวเพราะว่า หากการออมจากการฝากธนาคาร ก็ทำให้ธนาคารเอาเงินมาปล่อยสินเชื่อได้

การออมเกี่ยวกับ G ไหม หรือไม่ <--- เกี่ยวข้องแต่เป็นทางอ้อม ทำไมล่ะ เพราะ ถ้าหากออมเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทำให้รัฐบาลมีเงินเอาไปใช้จ่ายเพิ่มเติม
cover พันธบัตรรัฐบาลเก่า
หรือเป็นเครื่องมือในการชดเชยงบประมาณขาดดุล

การออมเกี่ยวกับ X กับ M ไม่ <-----ไม่ชัดเจน

ท่านเห็นว่า การออม เกี่ยวข้องกับ C,I และ G  

หมายเหตุ
ดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่คนมองว่ามองด้านดีหรือไม่ดี
หากออมมากๆๆ ก็ต้องดูว่า ออมไปเพื่ออะไร
หากไ่ม่ออมเลย แล้วเวลามีปัญหา มีใครเป็นที่พึ่งพาไหม

:)

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 12:37 am
โดย i_sarut
[quote="อะไรดีละ"]น่าสนใจดีครับ...สำหรับบทความ
เรื่องก็คือ

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 1:00 am
โดย i_sarut
simplelife เขียน: เขียนเร็วไปหน่อย จะพูดว่า ลดดอกเบี้ย
ออก bond เพื่อรัฐจะได้นำมาใช้จ่ายไม่ใช่หรือครับ

เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ(G)

ลด Tax กระตุ้นการบริโภค(C) เช่น ภาษีอสังหาฯ

ลดดอกเบี้ยกระตุ้นการลงทุน(I)

ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะคำนวนไว้แล้วว่า การลด Money Supply (สภาพคล่อง)จากการขายพันธบัตร จะส่งผลลบต่อภาพรวม น้อยกว่าการที่ ศก.ขยายตัวจากการเพิ่มของ C + I + G ครับ

อีกอย่างคือ รัฐบาลน่าจะเห็นว่า การบริโภคที่ลดลงอย่างมากเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ก็น่าจะขายพันธบัตรแล้วเอาเงินจากครัวเรือนที่ไม่ได้ใช้(เก็บออมเฉยๆ) มากระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงจากรัฐบาลเองดีกว่าครับ

ผิดถูกยังไงรบกวนชี้แนะด้วยนะครับ  :oops:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 1:04 am
โดย Elessar
ตามทฤษฏี S = I + Current Account Balance
ไง

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 1:11 am
โดย i_sarut
Elessar เขียน:ตามทฤษฏี S = I + Current Account Balance
ไง
โอ้ ขอบคุณครับ ปล่อยไก่ซะแล้วเรา  :oops:

งี้ก็ต้องดูว่า S ที่เพิ่มมันไปอยู่ในส่วนไหนสินะครับ ภาครัฐ ธุรกิจ หรือครัวเรือน  :?:

แต่ I ก็ลดลงไม่ใช่หรือครับ S ก็ไม่น่าเพิ่มมาก

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 1:41 am
โดย i_sarut
ผมมาลองคิดตาม S = I + Current Account Balance

Current Account Balance เกินดุล เพราะ การนำเข้าสินค้าเพื่อลงทุนลดลง ส่วนการส่งออกลดลงแต่น้อยกว่าที่นำเข้าลด ก็เลยเกินดุล

แสดงว่าการเพิ่มขึ้นของ Current Account Balance ในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องดี

เพราะเป็นการเกินดุลที่ไม่ได้ส่งผลให้ I เพิ่ม

I ลด , แถม X ก็ลด : GDP ก็ลดตามที่คาดการณ์กัน

สรุปว่า S ก็ไม่น่าเพิ่มสิครับ

ชัก งง  :?

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 3:53 am
โดย simplelife
[quote="i_sarut"]
อีกอย่างคือ รัฐบาลน่าจะเห็นว่า การบริโภคที่ลดลงอย่างมากเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ก็น่าจะขายพันธบัตรแล้วเอาเงินจากครัวเรือนที่ไม่ได้ใช้(เก็บออมเฉยๆ) มากระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงจากรัฐบาลเองดีกว่าครับ

ผิดถูกยังไงรบกวนชี้แนะด้วยนะครับ

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 6:36 am
โดย อะไรดีละ
[quote="miracle"]ถ้าพูดว่า ศก ไม่ดี เอาสมการตั้งดูดีกว่าว่า เงินออมมันอยู่ในส่วนไหนของสมการ
GDP = C + I + G + (X-M)

การออมเป็นการลดตัวบริโภคหรือไม่ <---ไม่แน่ใจ แต่ถ้าใช้เกินตัวก็เป็นหนี้
จึงต้องมีการออมไว้

การออมเกี่ยวกับการลงทุน หรือไม่ <-----เกี่ยวเพราะว่า หากการออมจากการฝากธนาคาร ก็ทำให้ธนาคารเอาเงินมาปล่อยสินเชื่อได้

การออมเกี่ยวกับ G ไหม หรือไม่ <--- เกี่ยวข้องแต่เป็นทางอ้อม ทำไมล่ะ เพราะ ถ้าหากออมเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทำให้รัฐบาลมีเงินเอาไปใช้จ่ายเพิ่มเติม
cover พันธบัตรรัฐบาลเก่า
หรือเป็นเครื่องมือในการชดเชยงบประมาณขาดดุล

การออมเกี่ยวกับ X กับ M ไม่ <-----ไม่ชัดเจน

ท่านเห็นว่า การออม เกี่ยวข้องกับ C,I และ G

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 6:55 am
โดย อะไรดีละ
ที่น่าตกใจยิ่งกว่า  ก็คือ  การออกเสียงสนับสนุน  การลดหย่อนภาษีของธุรกิจประกันชีวิต  ผ่านทาง คุณกรณ์ รมว.คลัง  
ที่ไม่น่าตกใจ  ที่คุณสาระ ล่ำซำ จะเห็นด้วย
และ ตกใจสุดขีด  เมื่อ นักวิชาการ  รมว.คลัง และ  ท่านนายกฯ  ส่งเสียงเห็นด้วยสุดตัว  กับแนวคิด  กองทุนการออมเพื่อชราภาพ (กอช.)  
มันไม่มีของฟรีหรอกครับ.... การออมเข้า กอช. มากขึ้นก็คือ การลดการบริโภคตอนนี้ลงมานั่นเอง  
มันเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัวทาง ศก.อย่างเห็นได้ชัด
มันน่ากังวลไหม....ถ้าผู้กำหนดนโยบายยังไม่เข้าใจดีนัก  ในเรื่องของ การออม  การบริโภค  และการลงทุน ??
น่ากังวลมากๆ เลยครับ  ขอบอก   :roll:

The good news 4 the life assurance companies(BLA,SCNYL).

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 8:04 am
โดย wj
ผมเห็นว่าการออมเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่การออมรัฐต้องสนับสนุน ไม่ใช่ทำด้วยผลประโยชน์ของเอกชน
ผมเห็นว่าหลายๆครั้งคนขายประกันมักจะให้ข้อมูลแบบเจตนาผิดเพี้ยน เช่น
ได้เงินคืนสูงถึง 300% แต่ถ้าไปดูจริงๆมันไม่ใช่

ดังนั้นถ้ารัฐจะให้ได้ผลประโยชน์จริงๆ ต้องให้คนซื้อผ่านธ.ออมสินที่รัฐถือหุ้น 100%
และต้องไม่มีค่าคอม. ถึงแม้จะเป็นการเอาเปรียบเอกชน แต่ถ้าทำเพื่อประชาชนนั้นย่อมดีกว่า

เรื่องเงินออมผมว่าประเทศเรามีสูงมาก สังเกตดอกเบี้ยเงินฝากก็น่าจะได้
แต่เงินส่วนใหญ่เป็นของคนรวย ในขณะคนชั้นทำงานมีหนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนนายสาระ (จริงๆหรือเปล่าไม่รู้) ก็พูดในส่วนที่พวกเขาได้รับผลประโยชน์
คนจนก็ยังต้องไปใช้สวัดิการรัฐอยู่ดี แต่สิ่งที่รัฐเสียคือภาษีที่จะนำไปช่วยเหลือคนจน
และถ้าท่านจะซื้อประกันจนเลี้ยงตัวเองได้ตอนเกษียณ ท่านลองคิดดูว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่